ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ทีมนักวิจัยใช้ Claude เจาะระบบ OpenAI สำเร็จใน 72 ชม.

ทีมนักวิจัยอิสระ 3 คนจาก Hacktron ใช้ Claude ของ Anthropic เจาะระบบบัญชีพนักงาน OpenAI ผ่านช่องโหว่รูปภาพ HEIF ในเวลาไม่ถึง 72 ชั่วโมง

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
19 Sep 2026ที่มา: The Verge2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 20 Sep 2026
แชร์
ทีมนักวิจัยใช้ Claude เจาะระบบ OpenAI สำเร็จใน 72 ชม.

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ทีมนักวิจัย 3 คนใช้เวลาไม่ถึง 72 ชั่วโมงเจาะระบบ OpenAI โดยใช้ Claude Opus 4.8 และ 5
  • เจาะผ่านช่องโหว่การประมวลผลภาพ HEIF บนบริการฟอรัม Discourse
  • เข้าถึง GitHub repository หรือ Monorepo ที่เก็บความลับอัลกอริทึมของ OpenAI ได้
  • โครงการ HEIF Heist ใช้งบโทเค็นไม่ถึง 3,000 ดอลลาร์ และใช้เวลาปรับแต่งเพียง 1-2 วัน

ทีมนักวิจัยความปลอดภัยอิสระจำนวน 3 คนจากบริษัท Hacktron สามารถเจาะเข้าสู่ระบบบัญชีของพนักงาน OpenAI ได้สำเร็จโดยอาศัยความช่วยเหลือจากโมเดล AI ของ Anthropic อย่าง Claude Opus 4.8 และ 5 ซึ่งกระบวนการทั้งหมดใช้เวลาเพียงไม่ถึง 72 ชั่วโมงเท่านั้น ตามรายงานจาก The Wall Street Journal

ช่องโหว่ดังกล่าวเกิดขึ้นผ่าน Discourse ซึ่งเป็นบริการบุคคลที่สามที่ใช้โฮสต์ฟอรัมชุมชนของ OpenAI โดยนักวิจัยได้ใช้ประโยชน์จากปัญหาในระบบประมวลผลไฟล์ภาพ HEIF ประกอบกับซอฟต์แวร์ฟอรัมเพื่อเจาะระบบเข้าไป ข้อมูลระบุว่า Claude Opus 5 เปิดตัวในช่วงค่ำของวันที่ 24 กรกฎาคม และภายในเวลา 10.00 น. ของวันถัดมา ทีมงานก็สามารถใช้มันเจาะระบบ RCE บน Discourse Cloud และเข้าถึงอินสแตนซ์ของ OpenAI ได้สำเร็จ

artificial intelligence ai chat screen code matrix

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

72ชั่วโมงที่ใช้เจาะระบบ
$3,000งบโทเค็นสูงสุดที่ใช้
$6,500เงินรางวัลบั๊กที่ OpenAI จ่าย

จากการเจาะระบบครั้งนี้ ทีมงานสามารถเข้าถึง GitHub repository ของ OpenAI ที่เรียกว่า Monorepo ซึ่งมีรายงานว่าเก็บข้อมูลความลับด้านอัลกอริทึมของบริษัทเอาไว้ แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ดึงโค้ดภายในออกไปตรงๆ แต่ก็เลือกที่จะส่ง pull request จากบัญชี Codex ของพนักงานเพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่าสามารถเข้าถึงระบบได้จริง

"I don’t think we are as strong as Chinese threat actors… We’re just three guys with Claude and Codex subscriptions."

Mohan Pedhapati, CTO ของ Hacktron

โครงการที่มีชื่อว่า HEIF Heist นี้ใช้เวลาปรับแต่งเพียง 1 ถึง 2 วันเท่านั้นเพื่อให้สามารถใช้โจมตีบริษัทอื่นๆ ได้ด้วย เช่น Slack, Meta, GitHub Enterprise, Rails, Next.js และ ImageMagick โดยใช้งบประมาณในการซื้อโทเค็น AI ไปไม่ถึง 3,000 ดอลลาร์ และจากการตรวจสอบพบว่ามีเพียง Shopify รายเดียวเท่านั้นที่สามารถตรวจจับการโจมตีนี้ได้

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

เหตุการณ์นี้นับเป็นกรณีศึกษาสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการทำภารกิจเจาะระบบ (Penetration Testing) โดยการใช้โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ช่วยลดอุปสรรคและระยะเวลาในการหาช่องโหว่ได้อย่างมหาศาล ทำให้กลุ่มคนจำนวนน้อยที่มีเครื่องมือ AI สามารถสร้างความท้าทายด้านความปลอดภัยให้กับบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกได้

ปัจจุบันช่องโหว่ดังกล่าวได้รับการแก้ไขเรียบร้อยแล้วโดยทาง Discourse และ OpenAI โดยทาง Hacktron เปิดเผยว่า OpenAI ได้จ่ายเงินรางวัลจำนวน 6,500 ดอลลาร์ให้สำหรับการค้นพบบั๊กครั้งนี้

ที่มา: The Verge

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้