เอ็มมานูเอล มาครง เตือนภัยคุกคามไฮบริดรัสเซียพุ่งสูง
เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส แถลงเมื่อ 18 ก.ย. 2026 ณ ทำเนียบเอลิเซ่ เตือนภัยคุกคามไฮบริดจากรัสเซียทวีความรุนแรง พร้อมสั่งยกระดับปกป้องโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เอ็มมานูเอล มาครง เผยภัยคุกคามไฮบริดจากรัสเซียต่อฝรั่งเศสและยุโรปทวีความรุนแรงขึ้น
- ฝรั่งเศสเตรียมแผนปกป้องโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ
- ผู้นำยุโรปหลายรายกังวลรัสเซียจ้องทดสอบความมุ่งมั่นในการหนุนยูเครน
- ปารีสเตรียมเรียกประชุม G7 หารือปัญหาพลังงานและสำรองก๊าซ
เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ออกมาเตือนว่าภัยคุกคามจากการทำสงครามไฮบริดโดยรัสเซียที่พุ่งเป้ามายังประเทศฝรั่งเศสและทวีปยุโรปกำลังทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยการประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการแถลงข่าว ณ ทำเนียบเอลิเซ่ เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2026 หลังจากที่เขาได้เข้าพบกับบรรดาหัวหน้าพรรคการเมืองเพื่อหารือถึงผลกระทบด้านความมั่นคงจากสงครามในตะวันออกกลางและยูเครน
ผู้นำฝรั่งเศสระบุว่า ฝรั่งเศสตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีแบบไฮบริดจากรัสเซียมาโดยตลอดในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา และการกระทำเหล่านี้จะไม่ถูกปล่อยให้ผ่านไป "โดยไม่มีการตอบโต้" พร้อมกันนี้เขายังได้สั่งการให้ดำเนินแผนการปกป้องโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ รวมถึงสถานที่ในอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศอย่างเข้มงวด เพื่อรับมือกับความเสี่ยงจากการโจมตีด้วยโดรนและไซเบอร์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
สงครามไฮบริดหรือการโจมตีแบบไฮบริด (Hybrid warfare) หมายถึงวิธีการนอกเหนือจากการใช้กำลังทหาร เช่น การโจมตีทางไซเบอร์ การวินาศกรรม หรือการปล่อยข่าวสารที่บิดเบือน เพื่อสร้างแรงกดดันและลดเสถียรภาพของฝ่ายตรงข้าม ซึ่งมักกระทำผ่านตัวแทนโดยที่รัสเซียปฏิเสธความเกี่ยวข้องมาโดยตลอดแม้จะมีหลักฐานเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมาครงได้หยิบยกเหตุการณ์โจมตีด้วยโดรนที่สนามบินไลป์ซิกในประเทศเยอรมนีเมื่อเดือนที่ผ่านมา ซึ่งถูกระบุว่ารัสเซียอยู่เบื้องหลัง รวมถึงคำเตือนจากโดนัลด์ ทูสค์ นายกรัฐมนตรีโปแลนด์ เกี่ยวกับแผนการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธที่รัสเซียวางแผนไว้
ภัยคุกคามแบบไฮบริด (Hybrid Threats) ได้กลายเป็นความท้าทายด้านความมั่นคงระดับสากลที่ชาติตะวันตกต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากเป็นยุทธวิธีที่อยู่กึ่งกลางระหว่างสันติภาพและสงครามเต็มรูปแบบ ทำให้ยากต่อการตอบโต้ภายใต้สนธิสัญญาป้องกันร่วมกัน เช่น มาตรา 5 ของนาโต การที่ฝรั่งเศสและชาติยุโรปต้องเพิ่มความระมัดระวังต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ จึงสะท้อนให้เห็นถึงจุดเปราะบางของระบบสาธารณูปโภคยุคใหม่ที่พึ่งพาเทคโนโลยีและเครือข่ายดิจิทัลมากขึ้น
"ใน1กษ 1สัปดาห์ที่ผ่านมา ภัยคุกคามแบบไฮบริดของรัสเซียต่อชาว européenne และต่อฝรั่งเศสได้ทวีความรุนแรงขึ้น เจตนาคือการข่มขู่เราและทำลายความพยายามของเราในการสนับสนุนยูเครน ผลลัพธ์ที่จะได้จะเป็นไปในทางตรงกันข้าม เราจะไม่ถูกข่มขู่เพราะเรารู้ว่าความมั่นคงของเราในวันนี้และอนาคตขึ้นอยู่กับยูเครน"
เอ็มมานูเอล มาครง
นอกจากนี้ ประธานาธิบดีฝรั่งเศสยังได้กล่าวถึงสถานการณ์ด้านพลังงาน โดยระบุว่ารัฐบาลได้รับมอบหมายให้ปกป้องโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและสถานที่ทางเทคโนโลยีที่ละเอียดอ่อนที่สุด พร้อมทั้งเตรียมเรียกประชุมกลุ่มประเทศ G7 เพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหาพลังงานและประเด็นเรื่องปริมาณก๊าซสำรองกับคณะกรรมาธิการยุโรป เพื่อหลีกเลี่ยงความตึงเครียดที่ไม่จำเป็นระหว่างชาติสมาชิกและพันธมิตรหลัก
ที่มา: BBC World
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น