ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Common Days: อาคาร 3 ชั้นในอินโดนีเซีย ใช้วัสดุท้องถิ่น

INS Studio ออกแบบ Common Days อาคาร 3 ชั้นในเมืองมารอส อินโดนีเซีย ผสมผสานร้านกาแฟ พื้นทำงาน และสวนดาดฟ้าด้วยวัสดุท้องถิ่น

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
19 Sep 2026ที่มา: designboom2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Common Days: อาคาร 3 ชั้นในอินโดนีเซีย ใช้วัสดุท้องถิ่น

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • Common Days เป็นอาคาร 3 ชั้นตั้งอยู่ในเมืองมารอส ชานเมืองมากัสซาร์ ประเทศอินโดนีเซีย ออกแบบโดย INS Studio
  • ชั้นล่างเปิดเป็นร้านกาแฟ ส่วนชั้นสองเป็นพื้นที่ทำงานและห้องประชุมพร้อมระเบียงอิฐดินเผา
  • โดดเด่นด้วยผนังบล็อกช่องลมและอิฐดินเผาท้องถิ่นที่ช่วยกรองแสงแดดและระบายอากาศ
  • ชั้นดาดฟ้าจัดเป็นสวนเปิดโล่งสำหรับจัดนิทรรศการและชมวิวทิวทัศน์ของบูกิต เซนรานา

INS Studio ได้รังสรรค์โปรเจกต์สถาปัตยกรรมล่าสุดในชื่อ Common Days ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองมารอส เมืองขนาดเล็กแถบชานเมืองมากัสซาร์ ประเทศอินโดนีเซีย โดยอาคารแห่งนี้ถูกพัฒนาขึ้นในย่านการค้าใหม่ที่รายล้อมด้วยธรรมชาติ เพื่อทำหน้าที่เป็นพื้นที่พบปะสังสรรค์และศูนย์รวมกิจกรรมของผู้คนในชุมชน โดยแบ่งฟังก์ชันการใช้งานออกเป็น 3 ชั้นอย่างชัดเจน

พื้นที่ชั้นกราวนด์ถูกออกแบบให้เป็นร้านกาแฟที่ทำหน้าที่เสมือนหัวใจทางสังคมของอาคาร ด้วยการจัดวางแปลนแบบเปิดโล่งที่เชื่อมต่อสายตากับชั้นสอง ซึ่งบรรยากาศจะเปลี่ยนผ่านไปสู่ความสงบเงียบที่เหมาะกับการทำงาน โดยชั้นนี้ประกอบด้วยพื้นที่ทำงานร่วมกันและห้องประชุมส่วนตัวสำหรับกิจกรรมในร่ม

Indonesia modern brick building interior terrace

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

นอกเหนือจากพื้นที่ภายในแล้ว ชั้นสองยังมีระเบียงกลางแจ้งที่ปูด้วยอิฐดินเผาซึ่งผลิตขึ้นในท้องถิ่น พร้อมด้วยผนังมอสสีเขียวชอุ่มที่ได้รับการดูแลและติดตั้งโดยช่างฝากในพื้นที่ ช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลายและสะท้อนถึงการสนับสนุนชุมชนรอบข้างได้อย่างดีเยี่ยม

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

การนำวัสดุถิ่นอย่างอิฐดินเผาและหินธรรมชาติมาประยุกต์ใช้ในงานสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ถือเป็นแนวทางสำคัญในการลดการพึ่งพาวัสดุนำเข้าและช่วยลดการใช้พลังงานในอาคาร พร้อมทั้งรักษาราก 2026 ของบริบทท้องถิ่นให้กลมกลืนกับสภาพภูมิอากาศเขตร้อนชื้นของอินโดนีเซีย

จุดเด่นสำคัญของอาคารคือผนังบล็อกช่องลมเจาะรูพรุนที่ทำหน้าที่กรองแสงแดดยามเช้าอันรุนแรง พร้อมทั้งเปิดทางให้ลมธรรมชาติจากเนินเขาพัดผ่านเข้าสู่ระเบียงชั้นสองได้อย่างอิสระ การออกแบบที่คำนึงถึงสภาพแวดล้อมเช่นนี้ยังถูกต่อยอดไปยังสวนบนดาดฟ้า ซึ่งเป็นพื้นที่อเนกประสงค์สำหรับการพักผ่อนและจัดนิทรรศการขนาดเล็กท่ามกลางทัศนียภาพอันงดงามของบูกิต เซนรานา

ทีมผู้ออกแบบโครงการนี้ประกอบด้วย Wisnu Wardhana เป็นสถาปนิกหลัก ร่วมด้วย Wina Syahrir และ Rima Pratiwi ในฐานะผู้วาดแบบ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสถาปัตยกรรมสามารถตอบสนองวิถีชีวิตใหม่พร้อมๆ กับการเคารพบริบททางวัฒนธรรมและธรรมชาติได้อย่างลงตัว

ที่มา: designboom

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้