โรม ยันเอาผิด 157 กกต. ปม สว.สีส้ม ข้องใจเลือกปฏิบัติ
รังสิมันต์ โรม ยืนยันเอาผิด กกต. ตามมาตรา 157 พร้อมตั้งคำถามการทำหน้าที่ปม สว.สีส้ม เป็นการกลั่นแกล้งหรือทำตามหน้าที่จริงหรือไม่

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- รังสิมันต์ โรม ยืนยันเตรียมดำเนินคดี กกต. ตามมาตรา 157 จากกรณีการเผยแพร่ข่าว สว.สีส้ม
- ตั้งคำถามถึงเจตนาการทำงานของ กกต. ว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายหรือเป็นการใส่สีเพื่อเอาคืน
- ฝากเตือนไปยังองค์กรอิสระ อย่าให้เกิดข้อครหาเรื่องการเลือกข้างกลายเป็น กกต.สีน้ำเงิน
รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาเคลื่อนไหวครั้งสำคัญเกี่ยวกับบทบาทของคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยประกาศชัดเจนว่าเตรียมดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 กับทาง กกต. หลังจากเกิดกรณีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่ม สว.สีส้ม ซึ่งสร้างความเคลือบแคลงสงสัยให้กับสังคมเป็นอย่างมากเกี่ยวกับการทำงานขององค์กรอิสระแห่งนี้
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วง โดยทาง รังสิมันต์ โรม ได้แสดงความข้องใจอย่างเปิดเผยว่า การกระทำและท่าทีของ กกต. ในช่วงเวลานี้ เป็นการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความบริสุทธิ์ใจตามอำนาจหน้าที่ หรือเป็นการกระทำที่มีสีสันทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องเพื่อมุ่งเอาคืนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกันแน่

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกจากนี้ เจ้าตัวยังได้ส่งเสียงเตือนไปยังผู้มีอำนาจและกรรมการการเลือกตั้งทุกท่าน โดยระบุชัดเจนว่าไม่อยากให้สังคมต้องพบกับสถานการณ์ที่ทำให้เกิดข้อครหาว่ามี กกต.สีน้ำเงิน เข้ามาแทรกแซงหรือเลือกปฏิบัติ ซึ่งจะยิ่งทำลายความน่าเชื่อถือของกระบวนการประชาธิปไตยในประเทศไทยมากยิ่งขึ้นไปอีก
ประเด็นการดำเนินคดีเจ้าหน้าที่รัฐหรือกรรมการองค์กรอิสระตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ถือเป็นเครื่องมือทางกฎหมายที่ สส. หรือนักการเมืองมักนำมาใช้ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ กรณีของ กกต. และกลุ่ม สว.สีส้ม สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการเมืองและการตรวจสอบถ่วงดุลระหว่างพรรคการเมืองกับองค์กรอิสระ ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมไทยให้ความสนใจอย่างต่อเนื่องเนื่องจากส่งเสถียรภาพทางการเมืองโดยตรง
การออกมาประกาศเดินหน้าเอาผิดทางกฎหมายในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่เพียงประเด็นข้อพิพาทเฉพาะหน้า แต่ยังเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนถึงบรรทัดฐานการตรวจสอบการทำงานขององค์กรอิสระที่ประชาชนและฝ่ายการเมืองต่างจับตาอย่างใกล้ชิดว่าจะมีความโปร่งใสและเป็นธรรมมากน้อยเพียงใดในอนาคต
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น