สุชาติสั่ง คพ. ลุยตรวจกากสารเคมีชลบุรี ขู่ฟันเด็ดขาด
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งกรมควบคุมมลพิษลุยตรวจกองกากสารเคมีและขยะอิเล็กทรอนิกส์ใกล้แหล่งน้ำพนัสนิคม ชลบุรี

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายสุชาติ ชมกลิ่น สั่งการให้กรมควบคุมมลพิษตรวจสอบกากสารเคมี
- พบกองขยะอิเล็กทรอนิกส์ถูกทิ้งใกล้แหล่งน้ำ หมู่ 9 ต.หนองปรือ
- เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2569 หลังชาวบ้านร้องเรียน
- เจ้าของรับซื้อมาเที่ยวละ 2,000 บาท ขนส่งด้วยรถเทรลเลอร์ 3 เที่ยว
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการด่วนให้กรมควบคุมมลพิษลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีที่มีประชาชนในพื้นที่ร้องเรียนว่าพบกองวัสดุต้องสงสัยจำนวนมาก ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับกากสารเคมีและขยะอิเล็กทรอนิกส์ถูกนำมาทิ้งไว้ใกล้กับแหล่งน้ำสาธารณะในจังหวัดชลบุรี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของคนในชุมชน
ทางด้าน ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า ได้รับข้อสั่งการดังกล่าวและเตรียมดำเนินตรวจสอบประเภทของวัสดุดังกล่าวอย่างละเอียด หากผลการตรวจสอบพบว่าเป็นกากของเสียอันตรายจริง ทางหน่วยงานจะดำเนินการเอาผิดกับเจ้าของที่ดินตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พร้อมประสานงานกับหน่วยงานด้านการบังคับใช้กฎหมายเพื่อจัดการกับผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาดไม่มีละเว้น
การลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมและขยะอิเล็กทรอนิกส์ใกล้แหล่งน้ำนับเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อระบบนิเวศ เนื่องจากสารพิษ เช่น โลหะหนัก สามารถซึมลงสู่ดินและแพร่กระจายไปยังแหล่งน้ำใต้ดินหรือแหล่งน้ำผิวดินที่ชาวบ้านใช้ในการเกษตรและอุปโภคบริโภค การที่หน่วยงานภาครัฐเข้าตรวจยึดพื้นที่และตรวจสอบอย่างรวดเร็วช่วยจำกัดวงความเสียหายไม่ให้ลุกลามเป็นวงกว้าง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
เหตุการณ์ดังกล่าวสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 โดยชาวบ้านในพื้นที่หมู่ที่ 9 ตำบลหนองปรือ อำเภอพนัสนิคม ได้สังเกตเห็นความผิดปกติและแจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านทราบว่ามีกองวัสดุดังกล่าวถูกนำมาทิ้งไว้ใกล้แหล่งน้ำ เกรงว่าจะเกิดอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม นายอำเภอพนัสนิคมจึงได้สั่งการให้ปลัดอำเภอลงพื้นที่ตรวจสอบทันที พร้อมทั้งสั่งกั้นพื้นที่เพื่อไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายวัสดุออกไป และประสานสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเข้ามาร่วมตรวจสอบในเวลาต่อมา
จากการสอบปากคำเบื้องต้น เจ้าของพื้นที่ได้ให้การยอมรับว่า ได้ทำการสั่งซื้อกองวัสดุดังกล่าวมาในราคาเที่ยวละ 2,000 บาท โดยมีการขนส่งด้วยรถเทรลเลอร์จำนวนทั้งหมด 3 เที่ยว ซึ่งมีความตั้งใจเดิมคือนำมาคัดแยกและเอาส่วนที่เหลือไปใช้ถมที่ดิน แต่หลังจากทราบว่าการกระทำดังกล่าวอาจผิดกฎหมายและสร้างความกังวลใจ จึงยินยอมหยุดการดำเนินกิจกรรมทั้งหมดและรอให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ
ในขั้นตอนต่อไป สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 13 จะร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชลบุรี และอำเภอพนัสนิคม เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาและจัดการกากของเสียเหล่านี้ตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น