เครือข่ายภาคประชาชน แถลง 4 ข้อ ต้านระบอบสีน้ำเงิน
เครือข่ายภาคประชาชนร่วมจัดกิจกรรมทุบกำแพงพังระบอบสีน้ำเงิน พร้อมจี้ 4 ข้อเรียกร้อง ด้าน iLaw ชี้กลไก ส.ว. คือหัวใจสำคัญไม่ต่างจาก คสช.

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เครือข่ายภาคประชาชนจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ทุบกำแพงพังระบอบสีน้ำเงิน
- iLaw ระบุระบอบสีน้ำเงินมีกลไก ส.ว. เป็นหัวใจสำคัญไม่ต่างจากยุค คสช.
- แถลงการณ์ 4 ข้อพุ่งเป้าปฏิรูปโครงสร้างการเมืองและตรวจสอบอำนาจ
- เรียกร้องให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงการผูกขาดอำนาจรัฐ
เครือข่ายภาคประชาชนและกลุ่มขับเคลื่อนทางการเมืองร่วมกันจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ภายใต้ชื่อ ทุบกำแพง พังระบอบสีน้ำเงิน โดยมีตัวแทนจากภาคประชาสังคมเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นและสะท้อนมุมมองต่อสถานการณ์การเมืองปัจจุบันที่มีการรวมศูนย์อำนาจผ่านกลไกต่างๆ ของรัฐอย่างเป็นระบบ
ภายในงานดังกล่าว ยิ่งชีพ ชัชไพโรจน์ หรือ ถา จากโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw ได้ขึ้นกล่าวปาฐกถาและวิเคราะห์ถึงโครงสร้างอำนาจในปัจจุบัน โดยระบุอย่างชัดเจนว่าโครงสร้างและเครือข่ายของสิ่งที่เรียกว่าระบอบสีน้ำเงินนั้นไม่ได้มีความแตกต่างไปจากอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ในอดีตแต่อย่างใด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ตัวแทน iLaw เน้นย้ำว่ากลไกที่สำคัญที่สุดและถือเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนโครงสร้างดังกล่าวคือสมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว. ซึ่งทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการควบคุมและคานอำนาจทางการเมืองให้เป็นไปตามเป้าหมายของผู้มีอิทธิพลทางการเมืองเบื้องหลัง โดยปราศจากการตรวจสอบจากภาคประชาชนอย่างแท้จริง
จากการประเมินสถานการณ์ดังกล่าว ทางเครือข่ายภาคประชาชนจึงได้ร่วมกันออกแถลงการณ์สำคัญจำนวน 4 ข้อ เพื่อกดดันและเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาทางการเมือง โดยมุ่งเน้นไปที่การรื้อถอนกลไกที่เอื้อต่อการผูกขาดอำนาจและการคืนอำนาจให้แก่ประชาชนอย่างแท้จริงผ่านกระบวนการทางกฎหมายและรัฐธรรมนูญ
"ระบอบสีน้ำเงินไม่ต่างจาก คสช. และกลไกสำคัญที่สุดคือ ส.ว."
ยิ่งชีพ ชัชไพโรจน์ (iLaw)
ปรากฏการณ์การใช้คำว่าระบอบสีน้ำเงินในบริบทการเมืองไทยสะท้อนถึงการเติบโตและการขยายอิทธิพลของเครือข่ายการเมืองท้องถิ่นและพรรคการเมืองขนาดใหญ่ที่สามารถกุมกลไกสภาสูงและเครือข่ายราชการไว้ได้ การวิเคราะห์ของ iLaw ชี้ให้เห็นว่าแม้จะมีการเลือกตั้งและการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล แต่โครงสร้างอำนาจที่ออกแบบไว้ล่วงหน้ายังคงทำหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของกลุ่มอำนาจเดิม ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ของฝ่ายประชาธิปไตยในการผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อปลดล็อกกลไกเหล่านี้
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น