ข้ามไปเนื้อหาหลัก

เครือข่ายภาคประชาชน แถลง 4 ข้อ ต้านระบอบสีน้ำเงิน

เครือข่ายภาคประชาชนร่วมจัดกิจกรรมทุบกำแพงพังระบอบสีน้ำเงิน พร้อมจี้ 4 ข้อเรียกร้อง ด้าน iLaw ชี้กลไก ส.ว. คือหัวใจสำคัญไม่ต่างจาก คสช.

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
สด20 Sep 2026ที่มา: Matichon Politics2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
เครือข่ายภาคประชาชน แถลง 4 ข้อ ต้านระบอบสีน้ำเงิน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • เครือข่ายภาคประชาชนจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ทุบกำแพงพังระบอบสีน้ำเงิน
  • iLaw ระบุระบอบสีน้ำเงินมีกลไก ส.ว. เป็นหัวใจสำคัญไม่ต่างจากยุค คสช.
  • แถลงการณ์ 4 ข้อพุ่งเป้าปฏิรูปโครงสร้างการเมืองและตรวจสอบอำนาจ
  • เรียกร้องให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงการผูกขาดอำนาจรัฐ

เครือข่ายภาคประชาชนและกลุ่มขับเคลื่อนทางการเมืองร่วมกันจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ภายใต้ชื่อ ทุบกำแพง พังระบอบสีน้ำเงิน โดยมีตัวแทนจากภาคประชาสังคมเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นและสะท้อนมุมมองต่อสถานการณ์การเมืองปัจจุบันที่มีการรวมศูนย์อำนาจผ่านกลไกต่างๆ ของรัฐอย่างเป็นระบบ

ภายในงานดังกล่าว ยิ่งชีพ ชัชไพโรจน์ หรือ ถา จากโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw ได้ขึ้นกล่าวปาฐกถาและวิเคราะห์ถึงโครงสร้างอำนาจในปัจจุบัน โดยระบุอย่างชัดเจนว่าโครงสร้างและเครือข่ายของสิ่งที่เรียกว่าระบอบสีน้ำเงินนั้นไม่ได้มีความแตกต่างไปจากอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ในอดีตแต่อย่างใด

Thailand government building

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ตัวแทน iLaw เน้นย้ำว่ากลไกที่สำคัญที่สุดและถือเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนโครงสร้างดังกล่าวคือสมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว. ซึ่งทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการควบคุมและคานอำนาจทางการเมืองให้เป็นไปตามเป้าหมายของผู้มีอิทธิพลทางการเมืองเบื้องหลัง โดยปราศจากการตรวจสอบจากภาคประชาชนอย่างแท้จริง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

4ข้อเรียกร้องหลักจากเครือข่ายภาคประชาชน

จากการประเมินสถานการณ์ดังกล่าว ทางเครือข่ายภาคประชาชนจึงได้ร่วมกันออกแถลงการณ์สำคัญจำนวน 4 ข้อ เพื่อกดดันและเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาทางการเมือง โดยมุ่งเน้นไปที่การรื้อถอนกลไกที่เอื้อต่อการผูกขาดอำนาจและการคืนอำนาจให้แก่ประชาชนอย่างแท้จริงผ่านกระบวนการทางกฎหมายและรัฐธรรมนูญ

"ระบอบสีน้ำเงินไม่ต่างจาก คสช. และกลไกสำคัญที่สุดคือ ส.ว."

ยิ่งชีพ ชัชไพโรจน์ (iLaw)

ปรากฏการณ์การใช้คำว่าระบอบสีน้ำเงินในบริบทการเมืองไทยสะท้อนถึงการเติบโตและการขยายอิทธิพลของเครือข่ายการเมืองท้องถิ่นและพรรคการเมืองขนาดใหญ่ที่สามารถกุมกลไกสภาสูงและเครือข่ายราชการไว้ได้ การวิเคราะห์ของ iLaw ชี้ให้เห็นว่าแม้จะมีการเลือกตั้งและการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล แต่โครงสร้างอำนาจที่ออกแบบไว้ล่วงหน้ายังคงทำหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของกลุ่มอำนาจเดิม ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ของฝ่ายประชาธิปไตยในการผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อปลดล็อกกลไกเหล่านี้

ที่มา: Matichon Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้