สภาสหรัฐจี้สอบเครือข่ายสแกมเมอร์ พ่วงชื่ออดีต รมช.ไทย
ประธานกรรมาธิการสภาสหรัฐจี้รัฐบาลสอบคว่ำบาตรเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ พ่วงชื่ออดีต รมช.คลัง ไทย พร้อมจี้ ก.ล.ต. และ ปปง. เร่งแจงความคืบหน้า

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- สภาสหรัฐจี้รัฐบาลสอบสวนและคว่ำบาตรเครือข่ายสแกมเมอร์
- มีชื่ออดีต รมช.คลัง ไทยปรากฏในรายชื่อที่ถูกเสนอให้ตรวจสอบ
- อดีต รมช.คลัง ปฏิเสธข้อกล่าวหาและพร้อมให้ตรวจสอบเอกสาร
- ฝ่ายค้านจี้ ก.ล.ต. และ ปปง. เร่งตรวจสอบเส้นทางการเงิน
กรณีที่ประธานคณะกรรมาธิการชุดใหญ่สองคณะของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอเมริกา ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐพิจารณาใช้อำนาจในการสอบสวน รวมถึงอาจพิจารณามาตรการคว่ำบาตรบุคคลและองค์กรที่มีเบาะแสพัวพันกับเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ โดยในกลุ่มรายชื่อดังกล่าวมีชื่อของอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมฝ่ายการคลังของไทยรวมอยู่ด้วยนั้น ถือเป็นสถานการณ์ที่รัฐบาลไทยไม่ควรนิ่งนอนใจ เนื่องจากปัญหาภัยคุกคามจากแก๊งสแกมเมอร์ในปัจจุบัน ได้ลุกลามเกินกว่าแค่การหลอกลวงทรัพย์สินของประชาชนทั่วไป แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพความน่าเชื่อถือของตลาดทุน ระบบเศรษฐกิจภาพรวม และประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายภายในประเทศ
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจนคือ การที่มีรายชื่อปรากฏอยู่ในกลุ่มที่ถูกเสนอให้ทำการตรวจสอบนั้น มิได้หมายความว่าบุคคลดังกล่าวเป็นผู้กระทำความผิดแต่อย่างใด โดยเจ้าตัวได้ออกมาปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่า ไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับขบวนการสแกมเมอร์ การฟอกเงิน หรืออาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมทั้งแสดงความจำนงที่จะให้ความร่วมมือในการตรวจสอบด้วยเอกสารและหลักฐานทั้งหมดที่มี สิ่งที่ควรดำเนินการต่อจากนี้คือการเร่งพิสูจน์ความจริงให้โปร่งใสและกระจ่างชัดต่อสังคม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การที่สหรัฐอเมริกาเริ่มใช้มาตรการทางกฎหมายระหว่างประเทศเข้ามากดดัน สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการปกป้องพลเมืองของตนจากภัยอาชญากรรมไซเบอร์ที่ไร้พรมแดน สำหรับประเทศไทย เหตุการณ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องส่วนบุคคล แต่เป็นบททดสอบสำคัญของหน่วยงานภาครัฐ เช่น ก.ล.ต. และ ปปง. ในการแสดงศักยภาพการบังคับใช้กฎหมายให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ
ทางด้าน สส.ฝ่ายค้าน ได้ออกมาตั้งข้อสงสัยและจี้ไปยังสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รวมถึงสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ว่า เหตุใดการสืบสวนสอบสวนเครือข่ายที่ตกเป็นเป้าหมายจึงมีความล่าช้า ทั้งที่ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินและความเชื่อมั่นของระบบเศรษฐกิจอย่างเลี่ยงไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้น บุคคลที่มีชื่อปรากฏเคยได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังโดยนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ยิ่งทำให้สาธารณชนเกิดคำถามว่าเหตุใดกระบวนการตรวจสอบจึงล่าช้า มีปัจจัยทางการเมืองเข้ามาแทรกแซงหรือไม่ แม้ข้อซักถามเหล่านี้จะยังไม่ใช่ข้อสรุปความผิด แต่เมื่อสังคมเกิดข้อสงสัย หน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงจึงจำเป็นต้องหาคำตอบให้ชัดเจนโดยเร็ว
ในขณะที่สหรัฐกำลังส่งสัญญาณความพร้อมในการใช้กฎหมายของตนเพื่อจัดการเครือข่ายอาชญากรรม หากฝั่งทางการไทยยังคงดำเนินการด้วยความล่าช้า ภาพลักษณ์ที่สะท้อนออกไปย่อมสร้างความเคลือบแคลงว่าประเทศไทยมีความสามารถในการจัดการปัญหาภายในบ้านของตนเองได้หรือไม่ รัฐบาลไทยจึงควรใช้จังหวะเวลานี้เป็นโอกาสสำคัญในการสะสางปัญหาอย่างเด็ดขาด เปิดเผยข้อมูลเท่าที่กรอบกฎหมายอนุญาต ตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างโปร่งใส และบังคับใช้กฎหมายกับทุกฝ่ายบนมาตรฐานเดียวกัน เป้าหมายสูงสุดจึงไม่ใช่การลงโทษใครเพียงเพราะมีชื่อติดอยู่ในบัญชีของสหรัฐ แต่เป็นการทำให้ผู้กระทำผิดได้รับโทษอย่างแท้จริง ขณะที่ผู้บริสุทธิ์ต้องได้รับความเป็นธรรม และธุรกิจที่สุจริตต้องไม่ได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมของกลุ่มทุนสีเทา
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น