ตรีรัตน์ จี้รัฐบาลดึงงบ 5 หมื่นล. ลดราคาน้ำมัน
นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ วิจารณ์รัฐบาลกลัวเสียคะแนนนิยม จี้ดึงงบไทยช่วยไทยพลัส 5 หมื่นล้านบาทลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันทันที

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส จี้รัฐบาลดึงงบไทยช่วยไทยพลัส 5 หมื่นล้านลดราคาน้ำมัน
- ชี้มาตรการลดราคาหน้าโรงกลั่น 4 บาทต่อลิตรยังไม่พอเพราะไม่แตะภาษีสรรพสามิต
- วิจารณ์การใช้เงินกองทุนน้ำมันพยุงราคาเป็นแค่การโยกเงินจากกระเป๋าซ้ายไปขวา
วันที่ 20 กันยายน 2569 นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ทีมเศรษฐกิจด้านพลังงาน พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างดุเดือดต่อมาตรการจัดการพลังงานของรัฐบาล โดยตั้งคำถามถึงความจริงใจในการช่วยเหลือประชาชน และระบุว่ามาตรการที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหาราคาน้ำมันแพง
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) และคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติปรับลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่นลง 4 บาทต่อลิตร รวมถึงการปรับอัตราเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงใหม่เพื่อพยุงระดับราคาขายปลีกในประเทศไม่ให้พุ่งสูงจนเป็นภาระต่อค่าครองชีพของประชาชน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
อย่างไรก็ตาม นายตรีรัตน์มองว่าการลดราคาหน้าโรงกลั่นเป็นเพียงการแก้ปัญหาปลายเหตุและทำช้าเกินไป เนื่องจากที่ผ่านมาปล่อยให้โรงกลั่นมีกำไรสูงเกินจริง การลดราคาดังกล่าวจึงเป็นแค่การรีดกำไรส่วนเกินเท่านั้น และยังไม่สามารถทำให้ราคาน้ำมันหน้าปั๊มลดลงได้อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากโครงสร้างราคาน้ำมันยังมีภาระภาษีอื่นๆ ที่รัฐบาลยังคงหลีกเลี่ยงที่จะแตะต้อง
ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือภาษีสรรพสามิตน้ำมันที่ยังคงเก็บอยู่ในอัตราสูงเกือบ 7 บาทต่อลิตร ซึ่งนายตรีรัตน์ย้ำว่ารัฐบาลควรกล้าที่จะลดภาษีส่วนนี้ลงทันทีควบคู่กับการดึงงบประมาณจากโครงการไทยช่วยไทยพลัสจำนวน 50,000 ล้านบาทมาใช้เป็นกลไกหลักในการบรรเทาความเดือดร้อน แทนที่จะพึ่งพากลไกกองทุนน้ำมันเพียงอย่างเดียว
"การใช้เงินกองทุนน้ำมันมาช่วยพยุงราคาเป็นเพียงการโยกเงินจากกระเป๋าซ้ายไปกระเป๋าขวา เพราะเมื่อราคาน้ำมันโลกปรับลดลง รัฐก็ต้องลดการชดเชยและนำเงินกลับเข้ากองทุน ทำให้ราคาหน้าปั๊มไม่ลดลงตามที่ประชาชนคาดหวัง"
ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส
นายตรีรัตน์ยังได้ยกตัวอย่างสถานการณ์เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งทาง กบน. ประกาศเพิ่มการชดเชยราคาน้ำมันดีเซลขึ้นไปถึง 8.62 บาทต่อลิตร แต่เพียงแค่ 3 วันถัดมา ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกกลับปรับลดลง 2% ประชาชนต่างคาดหวังว่าจะได้เห็นราคาหน้าปั๊มปรับลดลงตามกลไกตลาดโลก แต่กลับพบว่ากลไกการพยุงราคาของรัฐไม่ได้สะท้อนความลดลงอย่างแท้จริง ทำให้เกิดคำถามตามมาถึงประสิทธิภาพและความโปร่งใสในการบริหารจัดการกองทุนน้ำมัน
วิเคราะห์เพิ่มเติม: ปัญหาราคาน้ำมันในประเทศไทยมักวนเวียนอยู่กับโครงสร้างราคาที่ซับซ้อนและภาระภาษีสรรพสามิตที่ภาครัฐมักใช้เป็นแหล่งรายได้หลัก การที่พรรคการเมืองฝ่ายค oposición ออกมาจี้ให้ใช้งบประมาณเฉพาะกิจอย่างโครงการไทยช่วยไทยพลัสเข้ามาอุดหนุน สะท้อนให้เห็นแรงกดดันทางการเมืองที่ต้องการให้รัฐบาลใช้มาตรการทางคลังโดยตรง (Fiscal Policy) แทนการใช้เครื่องมือทางการเงินระยะสั้นผ่านกองทุนน้ำมัน ซึ่งมักมีข้อจำกัดเรื่องสภาพคล่องและภาระหนี้สะสมในระยะยาว
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น