ส.ส.พลอย ปชน. แจ้งความเอาผิด 2 เพจโยงเอี่ยวบ่อนเชียงใหม่
ส.ส.เขต 1 เชียงใหม่ พรรคประชาชน เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ หลังถูกโยงสัมพันธ์ ส.ท.ก้อง ปมบ่อนใหญ่ ยันไม่เป็นความจริง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ส.ส.เขต 1 เชียงใหม่ พรรคประชาชน แจ้งความดำเนินคดี 2 เพจดัง
- ปฏิเสธข้อกล่าวหาเอี่ยว ส.ท.ก้อง และบ่อนการพนันใหญ่ในเชียงใหม่
- ตั้งคำถามกรณีย้ายตำรวจระดับผู้กำกับการแต่ยังไม่ชัดเจนในข้อเท็จจริง
นางสาวพนิดา มงคลสวัสดิ์ หรือ ส.ส.พลอย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 1 จังหวัดเชียงใหม่ พรรคประชาชน (ปชน.) เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ดูแลเพจสื่อสังคมออนไลน์จำนวน 2 เพจ หลังเผยแพร่ข้อความพาดพิงและบิดเบือนข้อมูลให้เข้าใจผิดว่าตนเองมีความเกี่ยวข้องกับ นายสิทธิศักดิ์ หรือ ส.ท.ก้อง และเชื่อมโยงกับบ่อนการพนันขนาดใหญ่สองแห่งในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและการทำงานทางการเมืองอย่างรุนแรง
ในการเข้าแจ้งความครั้งนี้ ส.ส.พลอย ยืนยันหนักแน่นว่าข้อมูลที่ปรากฏบนเพจดังกล่าวไม่เป็นความจริงทั้งสิ้น ไม่มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องใดๆ กับบ่อนการพนันตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมทั้งนำหลักฐานเป็นโพสต์และข้อความจากเพจคู่กรณีมามอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เพื่อปกป้องเกียรติยศและศักดิ์ศรีของการเป็นผู้แทนราษฎร

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกจากประเด็นการถูกพาดพิงแล้ว ส.ส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน ยังได้แสดงความสงสัยและตั้งคำถามถึงกระบวนการโยกย้ายนายตำรวจระดับผู้กำกับการในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ที่ถูกสั่งเด้งก่อนหน้านี้ โดยระบุว่ามีความผิดปกติและต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงความโปร่งใสในกระบวนการดังกล่าว เพื่อให้สังคมได้รับทราบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน
กรณีการพาดพิงนักการเมืองท้องถิ่นและระดับชาติกับธุรกิจสีเทาผ่านโซเชียลมีเดียสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการตรวจสอบข้อมูลข่าวสารยุคดิจิทัล การที่ผู้เสียหายใช้ช่องทางทางกฎหมายเข้าแจ้งความทันทีช่วยปกป้องสิทธิและป้องกันการแพร่กระจายของข่าวปลอม ขณะเดียวกันประเด็นการย้ายข้าราชการตำรวจยังเป็นเครื่องสะท้อนถึงการตรวจสอบการทำงานของฝ่ายปกครองและสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่สังคมยังคงจับตาอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ ทางพนักงานสอบสวนได้รับเรื่องร้องทุกข์และลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน พร้อมจะเรียกตัวผู้ดูแลเพจทั้งสองมาสอบปากคำและดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น