ปภ. เตือน 10 จังหวัดและกรุงเทพฯ รับมือเจ้าพระยาเพิ่มสูง
ปภ.ประสาน 10 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร เตรียมรับมือระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น 0.60-1.50 เมตร ช่วง 1-9 วันข้างหน้า หลังกรมชลประทานจำเป็นต้องเพิ่มการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ปภ.ประสาน 10 จังหวัดและ กทม. รับมือระดับน้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น 1-9 วันข้างหน้า
- เขื่อนเจ้าพระยาจำเป็นต้องระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนในอัตรา 700-1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
- ระดับน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำจะสูงขึ้นจากปัจจุบันอีก 0.60-1.50 เมตร
- นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดี ปภ. สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ประสานงานไปยัง 10 จังหวัดริมแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงกรุงเทพมหานคร ให้เตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่จะเพิ่มสูงขึ้นในช่วง 1 ถึง 9 วันข้างหน้า โดยอ้างอิงข้อมูลจากกรมชลประทานที่คาดการณ์ปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี C.2 อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ จะมีปริมาณอยู่ที่ประมาณ 1,100 ถึง 1,250 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในวันที่ 27 กันยายน 2569 นี้
นอกจากนี้ การประเมินปริมาณน้ำจากลำน้ำสาขาจะมีเข้ามาอีกประมาณ 50 ถึง 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยามีค่าอยู่ระหว่าง 1,150 ถึง 1,350 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมกันนี้จะมีการรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งสองฝั่งในอัตรา 400 ถึง 450 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อบริหารจัดการน้ำในภาพรวม
จากปริมาณน้ำดังกล่าว ทำให้มีความจำเป็นที่เขื่อนเจ้าพระยาจะต้องระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนในอัตรา 700 ถึง 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที การดำเนินการดังกล่าวจะส่งผลกระทบโดยตรงทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นจากระดับปัจจุบันอีกประมาณ 0.60 ถึง 1.50 เมตร โดยเฉพาะในบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ เช่น อำเภอเสนา และพื้นที่ใกล้เคียง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
สถานการณ์น้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาและการปรับเพิ่มการระบายน้ำในช่วงปลายฤดูฝนถือเป็นช่วงเวลาวิกฤตที่ต้องอาศัยการบริหารจัดการน้ำอย่างแม่นยำ การประสานงานล่วงหน้ากับจังหวัดในลุ่มเจ้าพระยาช่วยให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงนอกคันกั้นน้ำมีเวลาเคลื่อนย้ายทรัพย์สินและเตรียมกระสอบทรายป้องกันน้ำเอ่อล้นตลิ่ง ซึ่งเป็นมาตรการเชิงป้องกันที่ลดความเสียหายต่อบ้านเรือนและพื้นที่เกษตรกรรมได้เป็นอย่างดี
"กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลางได้รับแจ้งจากกรมชลประทาน ว่าจากการคาดการณ์ปริมาณน้ำในช่วง 1-9 วันข้างหน้า จะมีน้ำไหลผ่านเพิ่มขึ้นและจำเป็นต้องระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อน"
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้เน้นย้ำให้ทุกจังหวัดที่เกี่ยวข้องแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงผู้ประกอบการที่ประกอบกิจการในแม่น้ำ เช่น งานก่อสร้างแพร้านอาหาร หรือการขนส่งทางน้ำ ให้เฝ้าระวังระดับน้ำที่เปลี่ยนแปลงอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น