Brand USA เผชิญวิกฤตงบประมาณ: เงินทุนโควิดใกล้หมด
Brand USA องค์กรการตลาดท่องเที่ยวสหรัฐฯ เตรียมรับมือเงินอัดฉีด 250 ล้านดอลลาร์ที่ใกล้หมดลง หลังถูกหั่นงบสมทบรัฐบาลเหลือ 20 ล้านดอลลาร์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เงินอัดฉีดพิเศษ 250 ล้านดอลลาร์จากสภาคองเกรสกำลังจะหมดลง
- งบสมทบจากรัฐบาลถูกลดเพดานจาก 100 ล้านดอลลาร์เหลือ 20 ล้านดอลลาร์ในปี 2025
- เงินสำรองคาดว่าจะลดลงเหลือประมาณ 51 ล้านดอลลาร์ภายในเดือนกันยายน 2027
- อนาคตปี 2028 ขึ้นอยู่กับการต่ออายุจากสภาและร่างกฎหมาย Visit USA Act
Brand USA องค์กรส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายทางการเงินครั้งใหญ่ หลังจากเงินอัดฉีดแบบครั้งเดียวจำนวน 250 ล้านดอลลาร์ที่ได้รับในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กำลังจะหมดลง ส่งผลให้องค์กรต้องเตรียมรับมือกับผลกระทบเต็มรูปแบบจากการปรับลดงบประมาณจากรัฐบาลที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่ผ่านมา
ก่อนหน้านี้ เงินช่วยเหลือพิเศษจากปี 2022 ช่วยให้ Brand USA สามารถดำเนินงานด้วยงบประมาณเกือบจะสมบูรณ์ แม้ว่าการปรับลดงบประมาณจากรัฐบาลจะทำให้งบรายปีหายไปมากถึง 80 ล้านดอลลาร์ โดยทางองค์กรวางแผนที่จะใช้งบประมาณ 158 ล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2026 และ 165 ล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2027 ซึ่งตัวเลขเหล่านี้ใกล้เคียงกับยอดใช้จ่ายรายปีก่อนเกิดโรคระบาดใหญ่ที่ระบุไว้ในเอกสารทางภาษี

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
เพดานการสมทบเงินจากรัฐบาล ซึ่งเคยสูงถึง 100 ล้านดอลลาร์ต่อปีจากค่าธรรมเนียม ESTA ของนักท่องเที่ยวกลุ่มยกเว้นวีซ่า ได้ถูกปรับลดลงเหลือเพียง 20 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 ทำให้สัดส่วนการสนับสนุนจากรัฐบาลลดลงจากร้อยละ 40-50 เหลือเพียงประมาณร้อยละ 12 ของงบประมาณทั้งหมด นอกจากนี้ การที่องค์กรไม่สามารถระดมเงินบริจาคจากพาร์ทเนอร์ได้เต็มที่หากไม่มีเงินสมทบ ทำให้เงินสนับสนุนภาคเอกชนลดลงจากเกือบ 70 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 เหลือเพียง 20 ล้านดอลลาร์ในปี 2026 และ 30 ล้านดอลลาร์ในปี 2027 ตามลำดับ
จากการถอนเงินสำรองออกมารวม 114.1 ล้านดอลลาร์ ทำให้ Brand USA คาดว่าจะปิดงบประมาณในเดือนกันยายน 2027 ด้วยเงินสดสำรองราว 51 ล้านดอลลาร์ ซึ่งอยู่เหนือเส้นขั้นต่ำ 40 ล้านดอลลาร์ที่คณะกรรมการกำหนดไว้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ปีงบประมาณ 2028 เป็นต้นไปมีความไม่แน่นอนสูง และต้องพึ่งพาการต่ออายุข้อตกลงจากสภาคองเกรสเนื่องจากข้อตกลงปัจจุบันจะสิ้นสุดลงในเดือนกันยายน 2027 รวมถึงความพยายามผลักดันร่างกฎหมาย Visit USA Act เพื่อฟื้นฟูเงินสมทบจำนวน 100 ล้านดอลลาร์กลับคืนมา
วิกฤตงบประมาณของ Brand USA เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวสหรัฐฯ เนื่องจากประเทศกำลังเตรียมเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิก 2028 ที่ลอสแอนเจลิส และตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ถึง 100 ล้านคนภายในปี 2030 การขาดแคลนงบทำการตลาดในต่างประเทศอาจทำให้สหรัฐฯ เสียเปรียบประเทศคู่แข่งในการแย่งชิงส่วนแบ่งนักท่องเที่ยวโลก ประกอบกับการที่ซีอีโออย่าง Fred Dixon จะก้าวลงจากตำแหน่งในเดือนพฤศจิกายน ยิ่งเพิ่มความท้าทายในการบริหารจัดการท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมืองและปฏิทินการเลือกตั้ง
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น