เวสป้า ชนะคดีลิขสิทธิ์เพลง ขับเคลื่อนแก้กฎหมายธรรม
เวสป้า อภิสิทธิ์ สุวรรณณรงค์ เผยศาลอุทธรณ์พิพากษาชนะคดีลิขสิทธิ์สองคดีรวด พร้อมเดินหน้าผลักดันกฎหมายลิขสิทธิ์ร่วมกับ สว. ให้ศิลปินและผู้ใช้งานทำงานได้อย่างเป็นธรรม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เวสป้าชนะคดีลิขสิทธิ์เพลงในศาลอุทธรณ์ทั้งสองคดีรวด
- ศาลตัดสินให้เป็นเจ้าของร่วมในคำร้องและทำนองเพลง
- ศาลยกฟ้องคดีที่บริษัทฟ้องร้องกรณีนำเพลงไปร้องบนเวที
- กำลังผลักดันกฎหมายลิขสิทธิ์ร่วมกับ สว. เพื่อความเป็นธรรม
เวสป้า อภิสิทธิ์ สุวรรณณรงค์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าด้านข้อกฎหมายกับสื่อมวลชน โดยระบุว่าขณะนี้ตนเองเป็นฝ่ายชนะคดีลิขสิทธิ์เพลงในชั้นศาลอุทธรณ์ถึงสองคดี ซึ่งครอบคลุมทั้งประเด็นที่ตนเองเป็นผู้ยื่นฟ้องบริษัทและประเด็นที่บริษัทเป็นฝ่ายฟ้องร้องกลับ โดยคดีทั้งหมดอยู่ในขั้นตอนที่กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของศาลฎีกาต่อไป
สำหรับคดีแรกที่เวสป้าเป็นผู้ยื่นฟ้องระบุว่า ทางบริษัทได้นำลิขสิทธิ์เพลงไปใช้งานโดยไม่มีการแบ่งส่วนแบ่งรายได้ที่เหมาะสม ซึ่งผลการตัดสินของศาลอุทธรณ์ระบุว่าตนเองชนะในทุกเพลงร้อยเปอร์เซ็นต์ เนื่องจากศาลมองว่าเจ้าของผลงานควรได้รับค่าลิขสิทธิ์อย่างต่อเนื่อง แม้ในยุคปัจจุบันจะเปลี่ยนผ่านเข้าสู่โลกโซเชียลมีเดียแล้วก็ตาม
ในคำพิพากษาดังกล่าว ศาลได้ชี้ชัดเจนว่าเวสป้าเป็นเจ้าของสิทธิ์ในส่วนของคำร้องและทำนอง ขณะที่ทางบริษัทเป็นเจ้าของสิทธิ์ในส่วนของมาสเตอร์เสียง ส่งผลให้ลิขสิทธิ์เพลงทั้งหมดต้องถือครองร่วมกันระหว่างผู้แต่งและค่ายเพลง เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการนำผลงานไปสร้างรายได้และการบริหารจัดการลิขสิทธิ์ในระยะยาว
"เรื่องคดีลิขสิทธิ์เนี่ย ตอนนี้ผมชนะทั้งสองคดี มันจะมีสองคดี คือคดีที่ผมยื่นฟ้องว่าทางบริษัทได้นำลิขสิทธิ์ไปใช้งานโดยที่ไม่มีส่วนแบ่ง อันนี้คดีแรกเนี่ยผมก็ชนะในทุกเพลงร้อยเปอร์เซ็นต์ในศาลอุทธรณ์"
เวสป้า อภิสิทธิ์ สุวรรณณรงค์
ส่วนคดีที่สองที่เป็นข้อพิพาท ซึ่งทางบริษัทได้ยื่นฟ้องร้องเวสป้าจากการนำเพลงหลายเพลงรวมถึงเพลงของตนเองไปขับร้องแสดงสดบนเวทีต่างๆ นั้น เวสป้าเปิดเผยว่าศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาให้ยกฟ้องในคดีนี้เช่นเดียวกัน โดยตัดสินว่าบทเพลงดังกล่าวไม่ใช่ลิขสิทธิ์ขาดของทางบริษัท แต่เป็นลิขสิทธิ์ของผู้แต่งเพลง ทำให้คดีนี้สิ้นสุดในชั้นศาลอุทธรณ์เช่นกัน
ประเด็นข้อพิพาทเรื่องลิขสิทธิ์เพลงระหว่างศิลปินผู้สร้างสรรค์กับค่ายเพลงในประเทศไทย มักสะท้อนถึงช่องว่างของสัญญาในยุคดั้งเดิมที่ไม่ได้ครอบคลุมการใช้งานบนแพลตฟอร์มดิจิทัลและโซเชียลมีเดีย การต่อสู้ทางกฎหมายในลักษณะนี้จึงกลายเป็นบรรทัดฐานสำคัญในการกำหนดสัดส่วนความเป็นเจ้าของสิทธิ์ และอาจนำไปสู่การปรับปรุงพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับพฤติกรรมการบริโภคสื่อในปัจจุบันมากยิ่งขึ้น
นอกจากผลคดีในชั้นศาลแล้ว เวสป้ายังแสดงเจตนารมณ์ในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง โดยมีความมุ่งหวังให้ศิลปิน ค่ายเพลง และประชาชนทั่วไปสามารถนำบทเพลงไปคัฟเวอร์หรือขับร้องทำมาหากินบนโลกโซเชียลได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องกังวลเรื่องภาระทางกฎหมาย
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การต่อสู้ทางคดีส่วนตัว แต่ยังรวมถึงการขับเคลื่อนนโยบายร่วมกับคณะกรรมการร่วมและสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เพื่อผลักดันให้กฎหมายลิขสิทธิ์ของประเทศไทยมีความชัดเจน เป็นธรรม และสร้างความสมดุลให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมดนตรี ทั้งผู้ใช้งาน ศิลปินอิสระ และค่ายเพลงขนาดใหญ่
ที่มา: Thairath Entertainment
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น