วาระร่วมดับไฟใต้: ม.มหิดลและเครือข่ายชง 16 ข้อเสนอ
สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ม.มหิดล ร่วมกับภาคประชาสังคม ชง 16 ข้อเสนอแก้ไฟใต้ถึงรัฐบาล ชูการมีส่วนร่วมและสิทธิมนุษยชน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ม.มหิดลผนึกภาคประชาสังคมจัดทำข้อเสนอแก้ไฟใต้ 16 ประเด็น
- กระบวนการเริ่มตั้งแต่ ม.ค. 2569 สู่เวทีเสียงประชาชนครบ 13 ปีคุยสันติภาพ
- ดึง สส. ในพื้นที่ส่งไม้ต่อถึงนายกรัฐมนตรี รัฐบาล และฝ่ายค้าน
- เน้นการมีส่วนร่วมประชาชน เศรษฐกิจฐานราก และความยุติธรรม
สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมมือกับสภาประชาสังคมชายแดนใต้และภาคีเครือข่าย จัดเวทีรวบรวมและนำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยกระบวนการจัดทำข้อเสนอดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 ผ่านการประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างต่อเนื่องระหว่างองค์กรภาคประชาสังคมและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน
การขับเคลื่อนครั้งนี้ได้รับการต่อยอดผ่านกิจกรรมเวทีเสียงของประชาชน ซึ่งจัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 13 ปีของการพูดคุยสันติภาพ โดยทางภาคประชาสังคมได้ร่วมกันยื่นข้อเรียกร้องสำคัญไปยังรัฐบาล คณะพูดคุยสันติภาพทั้งสองฝ่าย รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อให้เกิดการนำไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมในการแก้ปัญหาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ในการจัดทำข้อเสนอชุดนี้ ทางภาคประชาสังคมได้เชิญตัวแทนจากพรรคการเมืองต่างๆ โดยเฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เข้ามาร่วมวงหารือด้วย เพื่อคาดหวังว่าจะสามารถผลักดันและส่งต่อข้อเสนอทั้งหมดไปยังนายกรัฐมนตรี รัฐบาล รวมถึงฝ่ายค้านให้รับไปพิจารณาผลักดันในระดับนโยบายต่อไป
"ข้อเสนอครอบคลุม 16 ประเด็น เริ่มตั้งแต่การมีส่วนร่วมของประชาชนต่อกระบวนการพูดคุยสันติภาพ ให้เดินหน้าอย่างต่อเนื่อง เปิดพื้นที่ให้ผู้มีส่วนได้เสีย"
ภาคประชาสังคมชายแดนใต้
สำหรับสาระสำคัญของข้อเสนอทั้ง 16 ประเด็น ครอบคลุมหลากหลายมิติที่สำคัญ ประกอบด้วย:
- การผลักดันให้ประชาชนมีส่วนร่วมต่อกระบวนการพูดคุยสันติภาพอย่างต่อเนื่องและเปิดพื้นที่ให้ผู้มีส่วนได้เสีย
- การลดการใช้อำนาจที่อาจกระทบสิทธิ์ของประชาชน พร้อมสร้างกลไกความปลอดภัยที่ประชาชนมีส่วนร่วม
- การยกระดับเศรษฐกิจฐานรากและส่งเสริมผู้ประกอบการท้องถิ่นให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ในพื้นที่
- การคุ้มครองภาษา ศาสนา วัฒนธรรม พร้อมฟื้นฟูป่า แหล่งน้ำ และบังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อมอย่างโปร่งใส
- การสร้างชุมชนเข้มแข็ง เปิดพื้นที่ให้เยาวชนและผู้หญิงมีส่วนร่วม พร้อมเพิ่มโอกาสทางการศึกษาและความเสมอภาค
- การเยียวยา การอำนวยความยุติธรรม รวมถึงการทบทวนระบบบัญชีดำและการตรวจดีเอ็นเอ
บริบทเพิ่มเติม: การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมและภาคการเมืองถือเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความยั่งยืน เนื่องจากที่ผ่านมาความพยายามในการเจรจาสันติภาพมักเผชิญความท้าทายในการเชื่อมโยงนโยบายระดับชาติกับความต้องการที่แท้จริงของคนในพื้นที่ การดึง สส. ท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมจึงเป็นสะพานเชื่อมสำคัญในการนำเสียงสะท้อนจากรากหญ้าสู่สภาและฝ่ายบริหาร

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น