พรรคประชาชนจี้รัฐบาลเติมงบ กยศ. 7 พันล้าน ป้องกันเด็กหลุดระบบ
เมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2569 แกนนำพรรคประชาชนนำโดยณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แถลงที่รัฐสภา จี้รัฐบาลใช้งบกลางแก้ปัญหากยศ.ขาดสภาพคล่อง หวั่นเด็กหลุดระบบการศึกษาปี 69

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- พรรคประชาชนแถลงที่รัฐสภาเมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2569 จี้รัฐบาลแก้ปัญหากองทุน กยศ. ขาดสภาพคล่องทางการเงิน
- เสนอให้รัฐบาลใช้งบกลางจำนวน 7,000 ล้านบาทเติมเข้ากองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้กู้ยืมและป้องกันเด็กหลุดจากระบบการศึกษา
- ระบุปัญหาหลักมาจากผู้กู้รายเก่าไม่สามารถผ่อนชำระคืนได้ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน
เมื่อเวลา 09.35 น. ของวันที่ 21 ก.ย. 2569 ณ อาคารรัฐสภา คณะกรรมการบริหารและ สส. พรรคประชาชน นำโดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน, น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค, นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรค และ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ ได้ร่วมกันตั้งโต๊ะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงวิกฤตการณ์ทางการเงินของกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ที่กำลังเผชิญปัญหาขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรงและส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงอนาคตของเยาวชนไทย
ทางพรรคประชาชนได้สะท้อนข้อเท็จจริงว่า งบประมาณที่ตั้งไว้สำหรับกองทุน กยศ. ในปี พ.ศ. 2569 และ พ.ศ. 2570 นั้นมีจำนวนไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้งานจริง ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้กองทุนประสบภาวะขาดเงินหมุนเวียนมาจากการที่ผู้กู้ยืมรายเก่าไม่สามารถหาเงินมาผ่อนชำระคืนเข้ากองทุนได้ตามกำหนด เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจโดยรวมในปัจจุบันยังคงมีความเปราะบางและผู้กู้ส่วนใหญ่ไม่ได้มีฐานะทางการเงินที่ดีตั้งแต่เริ่มต้นอยู่แล้ว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
จากสถานการณ์ดังกล่าว ทางพรรคจึงได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาให้รัฐบาลพิจารณาจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีในส่วนของงบกลางเข้ามาโปะเสริมให้กับกองทุน กยศ. เป็นจำนวนเงิน 7,000 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นกลไกในการต่อลมหายใจทางการศึกษาให้กับกลุ่มนักเรียนและนักศึกษาที่ไม่ควรต้องหลุดออกจากระบบการศึกษาเพียงเพราะปัญหาความขาดแคลนทุนทรัพย์
"ละลายเงินไปกับอย่างอื่นได้ แต่ขอ 7 พันล้าน เติมเงินเขามาต่อลมหายใจอนาคตของชาติด้วย"
รักชนก ศรีนอก
ประเด็นเรื่องกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ถือเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมที่สำคัญมากในการสร้างความเท่าเทียมทางการศึกษาของประเทศไทย การที่พรรคการเมืองออกมาทักท้วงเรื่องการขาดสภาพคล่องสะท้อนให้เห็นว่าโมเดลการบริหารกองทุนพึ่งพาเฉพาะรายได้จากการผ่อนชำระคืนของผู้กู้เดิมอย่างเดียวอาจไม่ยั่งยืนในยามที่ภาวะเศรษฐกิจมหภาคชะลอตัว การใช้งบกลางเข้ามาอุดหนุนจึงเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดภาวะสะดุดในระดับบุคคล ซึ่งหากเด็กหลุดจากระบบการศึกษาไปแล้วย่อมสร้างต้นทุนทางเศรษฐกิจและสังคมที่สูงกว่าในระยะยาวอย่างแน่นอน
ผู้นำพรรคประชาชนยังได้ย้ำเตือนในช่วงท้ายของการแถลงข่าวว่า รัฐบาลควรมีความสามารถในการคาดการณ์ตัวเลขและสถานการณ์เหล่านี้ล่วงหน้าได้ตั้งแต่ต้น เนื่องจากกองทุน กยศ. ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดตั้งแต่วันแรกที่จัดตั้งขึ้นมา ดังนั้น ฝ่ายบริหารจึงควรแสดงความรับผิดชอบในการจัดสรรทรัพยากรทางการเงินมาดูแลอนาคตของเยาวชนไทยอย่างจริงจัง
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น