ปิดรับสมัคร กกต. 2569: เผยรายชื่อผู้สมัคร 5 คนสุดท้าย
สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาปิดรับสมัคร กกต. แทนตำแหน่งที่ว่างเมื่อ 21 ก.ย. 2569 มีผู้สมัครรวม 5 คน ทั้งหมอ อดีตที่ปรึกษา ป.ป.ช. ทนาย และอาจารย์มหาวิทยาลัย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาเปิดรับสมัคร กกต. แทนตำแหน่งที่ว่างระหว่างวันที่ 1-21 ก.ย. 2569
- การรับสมัครปิดฉากลงด้วยยอดผู้ยื่นใบสมัครเข้ารับการสรรหารวมทั้งสิ้น 5 คน
- รายชื่อผู้สมัครประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายวิชาชีพ ทั้งแพทย์ นักกฎหมาย และนักวิชาการ
- ขั้นตอนต่อไปเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติและเข้าสู่กระบวนการสรรหาตามกฎหมาย
สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ในฐานะหน่วยงานธุรการ ได้ดำเนินการปิดการรับสมัครบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นบุคคลผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แทนตำแหน่งที่ว่างลงอย่างเป็นทางการแล้ว โดยกระบวนการรับสมัครจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 ถึง 21 กันยายน 2569 ณ จุดรับสมัครบริเวณห้องศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการ ชั้น 1 อาคารรัฐสภา ฝั่งวุฒิสภา
จากการเปิดรับสมัครตลอดช่วงเวลาดังกล่าว ปรากฏว่ามีผู้สนใจยื่นเอกสารสมัครเข้ารับการสรรหาทั้งสิ้น 5 คน ซึ่งแต่ละท่านต่างมีประวัติการทำงานและมาจากหลากหลายสายอาชีพที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่แตกต่างกันไป โดยรายชื่อทั้งหมดสะท้อนถึงความหลากหลายของผู้ทรงคุณวุฒิที่สนใจเข้ามาทำงานในองค์กรอิสระแห่งนี้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
สำหรับรายชื่อผู้สมัครเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการการเลือกตั้งทั้ง 5 คน ประกอบด้วยบุคคลที่มีชื่อเสียงและประสบการณ์การทำงานในระดับสูง ได้แก่:
- รองศาสตราจารย์ นายแพทย์พิทยา จารุพูนผล อายุ 66 ปี อดีตคณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
- นายสมพงษ์ สิงห์สมบุญ อายุ 67 ปี ที่ปรึกษาประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
- รองศาสตราจารย์ธาตรี มหันตรัตน์ อายุ 63 ปี อาจารย์และนักวิชาการจากสถาบันการศึกษา
การเปิดรับสมัครสรรหา กกต. ในครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเติมเต็มองค์ประกอบของคณะกรรมการการเลือกตั้งให้ครบตามจำนวน เพื่อให้การทำหน้าที่ควบคุมและดำเนินการเลือกตั้งในอนาคตเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใส และมีประสิทธิภาพสูงสุดตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดไว้
การสรรหากรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แทนตำแหน่งที่ว่างลงถือเป็นกระบวนการสำคัญตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายว่าด้วยองค์กรอิสระ เนื่องจาก กกต. เป็นกลไกหลักในการรักษาความสุจริตเที่ยงธรรมของการเลือกตั้งทุกระดับในประเทศไทย ผู้สมัครจากหลากหลายวิชาชีพทั้งสายแพทย์ กฎหมาย และวิชาการ จึงสะท้อนถึงความสนใจจากบุคคลภายนอกภาครัฐในการเข้ามามีส่วนร่วมกับกิจการบ้านเมืองในระดับองค์กรอิสระ
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น