เตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ: อาหารสำรองฉุกเฉินที่ควรมีติดบ้าน
แนะนำแนวทางการเลือกซื้อและกักตุนอาหารสำรองฉุกเฉินไว้ในตู้เก็บของ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดคิดอ้างอิงจากรายงานพิเศษของ BBC

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- แนะแนวทางเลือกซื้อและจัดเก็บอาหารสำรองฉุกเฉินไว้ในบ้าน
- เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยพิบัติหรือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
- เน้นอาหารที่เก็บรักษาได้นานและให้พลังงานสูง
การเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินถือเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกครัวเรือนควรให้ความใส่ใจ โดยเฉพาะการสำรองอาหารแห้งและเสบียงกรังไว้ภายในบ้าน เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในช่วงเวลาที่เกิดภัยพิบัติหรือเหตุการณ์ไม่คาดคิด ซึ่งรายงานพิเศษจากสำนักข่าว BBC ได้เผยแพร่ข้อมูลและคำแนะนำเกี่ยวกับประเภทของอาหารที่ควรมีติดตู้เก็บของไว้ล่วงหน้า
การเลือกซื้ออาหารสำหรับยามฉุกเฉินนั้นไม่ได้หมายถึงการกักตุนอย่างไร้ทิศทาง แต่ต้องคำนึงถึงอายุการเก็บรักษา คุณค่าทางโภชนาการ และความสะดวกในการปรุงอาหารเมื่อระบบสาธารณูปโภคอาจหยุดชะงัก อาหารที่เหมาะสมควรเป็นประเภทที่ไม่ต้องแช่เย็น สามารถเก็บไว้ได้นานหลายเดือนหรือหลายปี และให้พลังงานเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน
การสำรองอาหารฉุกเฉิน (Emergency Food Storage) เป็นหนึ่งในมาตรการเตรียมความพร้อมขั้นพื้นฐาน (Preparedness) ที่หน่วยงานด้านภัยพิบัติทั่วโลกแนะนำ โดยทั่วไปแนะนำให้มีเสบียงเพียงพอสำหรับอย่างน้อย 3 ถึง 7 วัน ซึ่งช่วยลดความตื่นตระหนกและลดความจำเป็นในการเดินทางออกนอกบ้านในช่วงเวลาวิกฤต การเลือกอาหารควรเน้นกลุ่มอาหารกระป๋อง ธัญพืช และอาหารแห้งที่ให้สารอาหารครบถ้วน
นอกจากเรื่องชนิดของอาหารแล้ว การบริหารจัดการพื้นที่จัดเก็บและการตรวจสอบวันหมดอายุอย่างสม่ำเสมอก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้มั่นใจว่าเสบียงที่มีอยู่พร้อมใช้งานได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นจริง
ที่มา: BBC Science & Environment
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น