ภราดร ปริศนานันทกุล ย้ำรัฐบาล 300 เสียงบริหารงานราบรื่น
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยรัฐบาล 300 เสียงทำงานได้ด้วยดี พร้อมตั้งคำถามพรรคประชาชนใช้สิทธิ์อะไรตัดพรรคกล้าธรรมพ้นวิปฝ่ายค้าน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายภราดร ปริศนานันทกุล ระบุรัฐบาล 300 เสียงยังคงบริหารงานได้ด้วยดี
- ตั้งข้อสงสัยพรรคประชาชนไม่มีสิทธิ์ไปตัดพรรคกล้าธรรมออกจากวิปฝ่ายค้าน
- ชี้การลงมติสวนทางกับฝ่ายค้านเป็นเอกสิทธิ์ของ สส. แต่ละคน
เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 22 ก.ย. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นการเมืองล่าสุด หลังจากมีกระแสข่าวว่าพรรคกล้าธรรมถูกถอดออกจากการประชุมวิปฝ่ายค้าน
นายภราดรกล่าวถึงสถานการณ์ดังกล่าวว่า ตนได้เห็นรายงานข่าวเกี่ยวกับการประชุมวิปฝ่ายค้านเมื่อวันที่ 20 ก.ย. ที่ผ่านมาเช่นกัน แต่ยังไม่ได้พูดคุยสอบถามรายละเอียดจาก นายอรรถกร ศิริลัทธยากร โฆษกพรรคกล้าธรรม และขอเลือกที่จะไม่ก้าวก่ายในเรื่องนี้

ภาพโดย Anantachai Saothong / Unsplash
ในประเด็นเรื่องสถานภาพของพรรคนอกรัฐบาล นายภราดรเน้นย้ำหลักการว่า พรรคการเมืองใดก็ตามที่ไม่ได้เข้าร่วมกับฝ่ายรัฐบาล จะต้องมีสถานะเป็นฝ่ายค้านโดยอัตโนมัติ เนื่องจากไม่ได้มีการทำข้อตกลงร่วมกันเปรียบเสมือนฝั่งรัฐบาล พร้อมทั้งตั้งคำถามไปยังพรรคฝ่ายค้านว่าใช้สิทธิ์อันใดในการตัดสิทธิ์ความเป็นฝ่ายค้านของผู้อื่น
"การไปตัดความเป็นฝ่ายค้านใช้สิทธิ์อะไรไปตัดสิทธิ์คนอื่น การลงมติใดๆ ที่ไม่เหมือนกับวิปฝ่ายค้านก็เป็นเอกสิทธิ์สส.ที่ทำได้"
นายภราดร ปริศนานันทกุล
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงคะแนนเสียงในสภาว่า ที่ผ่านมาพรรคกล้าธรรมมีพฤติกรรมในการลงมติที่หลากหลาย ทั้งการลงคะแนนสวนทางกับรัฐบาล การงดออกเสียง ไปจนถึงการลงมติในทิศทางเดียวกับรัฐบาลในบางวาระ ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นเอกสิทธิ์ทางการเมืองของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแต่ละท่านที่จะใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ
บริบทความขัดแย้งเรื่องวิปฝ่ายค้านและเสียงสนับสนุนในสภาสะท้อนให้เห็นถึงพลวัตของพรรคร่วมฝ่ายค้านและรัฐบาลที่มีเสียงปริ่มน้ำหรือมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งมาพอสมควร การที่พรรคการเมืองขนาดเล็กหรือพรรคที่มีจุดยืนก้ำกึ่งระหว่างรัฐบาลและฝ่ายค้านแสดงออกด้วยการลงมติสวนทาง ย่อมสร้างแรงกระเพื่อมต่อเสถียรภาพและการจัดสรรโควตาเวลาอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งต้องยึดตามสัดส่วนของสมาชิกทั้งสภาตามที่รัฐธรรมนูญและข้อบังคับกำหนดไว้
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกระแสข่าวว่าหัวหน้าพรรคกล้าธรรมได้พูดคุยกับทางพรรคภูมิใจไทยแล้วหรือยัง นายภราดรตอบปฏิเสธว่าตนยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว ในส่วนของเวลาและสัดส่วนการอภิปรายในอนาคตนั้น เจ้าตัวระบุว่าจะต้องยึดตามสัดส่วนของสมาชิกทั้งสภา เนื่องจากสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้เป็นของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยเฉพาะ
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น