รุทธพล ยันคดีฮั้ว สว.ไร้เอี่ยวเด้งอธิบดี DSI รอคำวินิจฉัย กกต.
พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ย้ำคดีฮั้ว สว.เดินหน้าตามหลักฐาน รอคำวินิจฉัย กกต.ส่งศาลฎีกาก่อนลุยต่อ ปัดข่าวโยกย้ายอธิบดี DSI ไม่เกี่ยวกัน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ระบุคดีฮั้ว สว.ต้องรอคำวินิจฉัย กกต.และศาลฎีกา
- ปัดข่าวลือโยกย้ายอธิบดี DSI ไม่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนคดีดังกล่าว
- ยืนยัน DSI ทำงานตามพยานหลักฐาน และขอให้ติดตามข้อมูลจากเพจทางการเท่านั้น
เมื่อเวลา 09.25 น. วันที่ 22 ก.ย. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าคดีฮั้ว สว. โดยระบุว่าขั้นตอนในขณะนี้ต้องรอคำวินิจฉัยจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งมีคำร้องส่งต่อไปยังศาลฎีกาก่อน ถึงจะมีความชัดเจนในลำดับต่อไป
พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางกระทรวงจะประสานงานกับพนักงานอัยการ เนื่องจากอัยการร่วมเป็นคณะกรรมการในการสอบสวนด้วย เมื่อเอกสารคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการส่งมาถึง จึงจะสามารถดำเนินการในขั้นตอนถัดไปได้ทันที

ภาพโดย Sung Shin / Unsplash
สำหรับกรณีที่มีกระแสข่าวเผยแพร่ว่าจะมีการเรียกบุคคลมาสอบสวนเพิ่มเติมภายในเดือนกันยายนนี้ รวมถึงประเด็นที่ว่า กกต. ไม่สั่งฟ้องแกนนำพรรคการเมือง จะมีผลให้นำเรื่องดังกล่าวมาพิจารณาในประเด็นการฟอกเงินด้วยหรือไม่ รมว.ยุติธรรม ชี้แจงว่า ข่าวที่ออกมาไม่ตรงกับข้อเท็จจริงของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)
"มีการแจ้งว่าข่าวที่ออกมาไม่ตรงกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงมีหนังสือยืนยันในเพจดีเอสไอ โดยขอให้ฟังข่าวจากดีเอสไอน่าจะชัดเจนกว่า"
พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์
นอกจากนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่าประเด็นดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับการโยกย้ายอธิบดีดีเอสไอ จนทำให้มีกระแสข่าวออกมาเพื่อดิสเครดิตหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล ยืนยันชัดเจนว่าเรื่องดังกล่าวไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด ส่วนกรณีที่ กกต. มีมติส่งฟ้อง สว. จำนวน 77 ราย ทาง DSI จะมีการพิจารณาขยายผลส่งฟ้องเพิ่มมากกว่า 8 รายหรือไม่นั้น ยังต้องรอรวบรวมรายละเอียดพยานหลักฐานให้รอบคอบ
คดีฮั้วการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และข้อหาฟอกเงินที่เกี่ยวข้องถือเป็นหนึ่งในประเด็นทางกฎหมายและการเมืองที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก เนื่องจากเกี่ยวข้องกับโครงสร้างอำนาจทางการเมืองระดับชาติ การประสานงานระหว่างองค์กรอิสระอย่าง กกต. และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่าง DSI จึงต้องอาศัยความโปร่งใสและยึดถือพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และเอกสารราชการเป็นสำคัญ เพื่อป้องกันข้อครหาเรื่องการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น