ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Techsauce Global Summit 2026: SCB 10X ชี้ AI Agent ขับเคลื่อน Always-On Economy

ดร.ณรงค์ บริจินดากุล จาก SCB 10X เผยทิศทาง Always-On Economy ในงาน Techsauce Global Summit 2026 ชี้ AI ทำงานตลอด 24 ชม.

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
23 Sep 2026ที่มา: Techsauce3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Techsauce Global Summit 2026: SCB 10X ชี้ AI Agent ขับเคลื่อน Always-On Economy

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • SCB 10X เผยวิสัยทัศน์ Always-On Economy ในงาน Techsauce Global Summit 2026
  • AI Agent พัฒนาสู่การรับเป้าหมายและทำงานต่อเนื่อง 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องสั่งซ้ำ
  • โครงสร้างพื้นฐานด้านฮาร์ดแวร์และต้นทุนการประมวลผลเป็นกุญแจสำคัญ
  • พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนจาก Attention Economy สู่ Intention Economy

ในปัจจุบัน การซื้อสินค้าหรือการทำธุรกรรมต่าง ๆ ยังคงต้องอาศัยมนุษย์เป็นผู้ลงมือทำทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเปิดแอปพลิเคชันค้นหาข้อมูล การเปรียบเทียบตัวเลือก การตัดสินใจ ไปจนถึงขั้นตอนการจ่ายเงิน อย่างไรก็ตาม หากปัญญาประดิษฐ์หรือ AI สามารถเข้ามาจัดการงานเหล่านี้แทนมนุษย์ได้ทั้งหมดโดยไม่ต้องคอยรอรับคำสั่งอยู่ตลอดเวลา ระบบเศรษฐกิจในภาพรวมย่อมเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

ประเด็นดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นมาอภิปรายโดย ดร.ณรงค์ บริจินดากุล Technical Specialist, Venture Capital จาก SCB 10X ในเซสชั่นที่มีชื่อว่า The Always-On Economy: What Happens When AI Stops Waiting for Prompts ภายในงาน Techsauce Global Summit 2026 ซึ่งจัดขึ้นเพื่อมองหาแนวโน้มทางเทคโนโลยีที่จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจและเศรษฐกิจในอนาคต

corporate seminar meeting room presentation

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ในฐานะหน่วยงานลงทุนด้านเทคโนโลยีของกลุ่ม SCBX ทาง SCB 10X คอยติดตามสัญญาณความเปลี่ยนแปลงจากระบบนิเวศเทคโนโลยีระดับโลกผ่านการลงทุนและการทำงานร่วมกับสตาร์ทอัพ โดยหนึ่งในสัญญาณสำคัญคือการเปลี่ยนผ่านจาก AI ที่ทำหน้าที่ตามคำสั่งเฉพาะหน้า ไปสู่การเป็น AI Agent ที่มีความสามารถในการรับเป้าหมาย วางแผน และดำเนินงานต่อเนื่องได้ด้วยตนเอง ซึ่งนำไปสู่แนวคิดเรื่อง Always-on Economy หรือเศรษฐกิจที่ AI สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

24 ชม.การทำงานต่อเนื่องของ AI Agent

ลักษณะการทำงานของ AI Agent ในรูปแบบใหม่นี้มีความแตกต่างจากระบบทั่วไปที่มักรอรับคำสั่งทีละขั้นตอน ตัวอย่างเช่น การหาซื้อประกันสุขภาพ หากมนุษย์เป็นผู้ดำเนินการเองอาจต้องเสียเวลาเปรียบเทียบจากหลายบริษัทจนเกิดความเหนื่อยล้าและล้มเลิกไป แต่สำหรับ AI Agent ผู้ใช้เพียงแค่กำหนดเป้าหมายที่ต้องการ ระบบจะทำหน้าที่ค้นหาเปรียบเทียบข้อเสนอ และคัด 20-30 ตัวเลือกที่น่าสนใจมาให้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย พร้อมทั้งช่วยจัดการนัดหมายและทำธุรกรรมต่อจนเสร็จสิ้น

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

"จุดสำคัญจึงไม่ใช่แค่การมี AI มาช่วยตอบคำถาม แต่คือการให้ AI รับ 'เป้าหมาย' ไป แล้วคอยค้นหา ประเมิน เปรียบเทียบ และลงมือทำตามเป้าหมายนั้นอย่างต่อเนื่อง"

ดร.ณรงค์ บริจินดากุล

การเข้ามามีบทบาทของ AI ยังส่งผลให้วิธีการที่ภาคธุรกิจใช้ในการเข้าถึงลูกค้าต้องปรับเปลี่ยนตาม จากเดิมที่ธุรกิจให้ความสำคัญกับการทำ SEO หรือการออกแบบหน้าร้านให้ดึงดูดสายตามนุษย์ ในอนาคตเมื่อ AI ฝั่งผู้ซื้อทำหน้าที่เจรจาซื้อขายกับ AI ฝั่งผู้ขายโดยตรง ความสวยงามของเว็บไซต์อาจมีความสำคัญลดลง เนื่องจาก AI จะพิจารณาจากข้อมูลเชิงประจักษ์ เช่น ราคา คุณภาพ และความน่าเชื่อถือเป็นหลัก

ในมุมมองเชิงเศรษฐศาสตร์ การเกิดขึ้นของ Always-On Economy ช่วยแก้ปัญหาคอขวดด้านความใส่ใจหรือ Attention ของมนุษย์ ซึ่งมักทำให้ความต้องการซื้อถูกละเลยไปเพราะไม่มีเวลาค้นหาข้อมูล เมื่อเปลี่ยนมาสู่ Intention Economy ผู้บริโภคเพียงแค่ระบุความตั้งใจไว้ ระบบ AI จะเป็นผู้สานต่อจนบรรลุเป้าหมายโดยอัตโนมัติ สะท้อนถึงการยกระดับประสิทธิภาพการทำธุรกรรมในยุคดิจิทัล

อย่างไรก็ตาม การพัฒนา Always-on Agent ให้เกิดขึ้นจริงไม่ได้ขึ้นอยู่กับความฉลาดของซอฟต์แวร์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับ ซึ่งดร.ณรงค์ระบุว่าประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่ ฮาร์ดแวร์ที่ต้องมีต้นทุนการประมวลผลถูกลง ตัว AI Agent และระบบที่เกี่ยวข้อง โดยฝั่งฮาร์ดแวร์กำลังมีการพัฒนาชิปรูปแบบใหม่และการแยกหน่วยประมวลผลออกจากหน่วยความจำเพื่อแก้ปัญหาคอขวดในการประมวลผลข้อมูลปริมาณมาก

ที่มา: Techsauce

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้