Ed Davey ชูแผนลดภาษี ลั่นพาสหราชอาณาจักรกลับตลาดเดียว EU
เซอร์ เอ็ด เดวี หัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย ประกาศนโยบายลดภาษีรายได้บุคคลธรรมดาและยกเลิกวงเงินแช่แข็งภาษี หากชนะเลือกตั้งและนำ UK กลับเข้าร่วมตลาดเดียวและสหภาพศุลกากรของสหภาพยุโรป

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เซอร์ เอ็ด เดวี ผู้นำพรรคเสรีประชาธิปไตย (Lib Dems) ประกาศแผนลดภาษีครั้งใหญ่ในการประชุมพรรคที่เมืองไบรตัน
- ชูเป้าหมายเพิ่มวงเงินปลอดภาษีบุคคลธรรมดาเป็น 15,000 ปอนด์ และปรับเกณฑ์ภาษี 40% เป็น 56,000 ปอนด์
- ใช้งบประมาณ 17,000 ล้านปอนด์ที่ได้จากกระตุ้นเศรษฐกิจจากการกลับเข้าร่วมตลาดเดียวของสหภาพยุโรป (EU)
- แผนดังกล่าวพ่วงข้อเสนอจัดตั้งสำนักงานความปลอดภัยด้าน AI ระหว่างประเทศเพื่อควบคุมการพัฒนาเทคโนโลยี
เซอร์ เอ็ด เดวี หัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตยหรือลิบเดมส์ ได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในงานประชุมประจำปีของพรรคที่จัดขึ้น ณ เมืองไบรตัน เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2026 โดยระบุว่าพรรคจะใช้เป็นนโยบายหาเสียงหลักในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้า ด้วยคำมั่นสัญญาที่จะปรับลดหย่อนภาษีให้กับผู้ใช้แรงงานและประชาชนหลายล้านคนทั่วสหราชอาณาจักร หากพรรคสามารถก้าวขึ้นมาจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ
ใจสำคัญของนโยบายดังกล่าวคือการปรับเพิ่มเพดานรายได้ที่ได้รับการยกเว้นภาษีประจำปี (Personal Allowance) จากเดิมที่ถูกแช่แข็งไว้ที่ 12,570 ปอนด์ ขึ้นไปอยู่ที่ 15,000 ปอนด์ พร้อมทั้งปรับเกณฑ์การเก็บภาษีอัตรา 40% จากเดิม 50,270 ปอนด์ ขยับขึ้นไปเป็น 56,000 ปอนด์ ซึ่งพรรคประเมินว่าจะช่วยลดภาระภาษีให้แก่ผู้เสียภาษีส่วนใหญ่ได้เฉลี่ยคนละ 680 ปอนด์ต่อปี โดยนโยบายนี้จะยกระดับจุดเริ่มต้นการจ่ายเงินประกันสังคมของพนักงาน (NI) ให้สอดคล้องกันด้วย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
อย่างไรก็ตาม มาตรการปรับลดภาษีวงเงิน 17,000 ล้านปอนด์นี้ จะไม่ได้เกิดขึ้นทันทีในข้ามคืน แต่จะเริ่มทยอยปลดล็อกการแช่แข็งเพดานภาษีให้สอดคล้องกับอัตราเงินเฟ้อในปีที่สองของการเป็นรัฐบาล และจะบังคับใช้มาตรการลดภาษีชุดใหญ่แบบเต็มรูปแบบในปีที่ห้า ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พรรคคาดการณ์ว่าผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากการกลับเข้าสู่ตลาดเดียวและสหภาพศุลกากรของสหภาพยุโรปจะเริ่มส่งผลชัดเจน โดยกระบวนการเจรจากับทาง EU นี้ตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องแล้วเสร็จภายใน 12 เดือนแรกของการบริหารประเทศ
แผนการดังกล่าวอ้างอิงจากงานวิจัยของสำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจ Frontier Economics ซึ่งระบุว่าประโยชน์จากการค้าที่ใกล้ชิดกับยุโรปจะช่วยสร้างเม็ดเงินหนุนเสถียรภาพการคลังเพิ่มเติมอีก 27,000 ล้านปอนด์ผ่านข้อตกลงด้านการเติบโตและการป้องกันประเทศร่วมกันกับ EU แม้ว่าทางด้าน สจ๊วต อดัม จากสถาบันศึกษานโยบายการคลัง (Institute for Fiscal Studies) จะออกมาให้ความเห็นผ่าน BBC Verify ว่าตัวเลขค่าใช้จ่ายจริงของโครงการนี้อาจสูงกว่าที่พรรคประเมินไว้ค่อนข้างมากก็ตาม
"นี่คือขบวนการขวาจัดที่ได้รับออกซิเจน ความร้อน และเชื้อเพลิงจากนักการเมืองและพรรคการเมืองที่อ้างว่าตนเองเป็นผู้เล่นตัวจริงในการนำพาประเทศของเรา"
เซอร์ เอ็ด เดวี หัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย
การที่พรรคลิบเดมส์ชูธงเรื่องการลดภาษีและการเชื่อมโยงความสัมพันธ์กับสหภาพยุโรปถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการแย่งชิงฐานเสียงในพื้นที่อนุรักษ์นิยมดั้งเดิม (Tory heartlands) ท่ามกลางกระแสความนิยมในโพลระดับชาติที่พรรคยังคงรั้งอยู่อันดับ 4 หรือ 5 การประกาศนโยบายนี้จึงเป็นการพยายามสร้างความแตกต่างจากทั้งพรรครัฐบาลและพรรคปฏิรูปสหราชอาณาจักร (Reform UK) ที่มีนโยบายปรับเพิ่มวงเงินปลอดภาษีเช่นกันแต่มีแนวทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
นอกจากประเด็นเศรษฐกิจและภาษีแล้ว เซอร์ เอ็ด เดวี ยังได้กล่าวถึงภัยคุกคามจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในสุนทรพจน์เดียวกัน โดยเตือนว่าหากปราศจากการควบคุมที่ดี เทคโนโลยีนี้อาจนำไปสู่การผูกขาดอำนาจไว้ในมือคนกลุ่มน้อยที่สุดเท่าที่ประวัติศาสตร์มนุษยชาติเคยมีมา พร้อมทั้งเสนอให้มีการจัดตั้ง "สำนักงานความปลอดภัยด้าน AI ระหว่างประเทศ" (International AI Safety Agency) ขึ้นมาโดยใช้โมเดลเดียวกับองค์กรควบคุมด้านพลังงานนิวเคลียร์ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวอย่างไร้ความรับผิดชอบ
ที่มา: BBC Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น