ข้ามไปเนื้อหาหลัก

กกต.แจงชัด: ชื่อ ส.ว. โผล่สำนวนฮั้ว ไม่ได้แปลว่าผิด

กกต. ชี้แจงกรณีมีรายชื่อ ส.ว. ปรากฏในสำนวนคดีฮั้วเลือก ส.ว. ยันยังไม่ได้สรุปความผิด พร้อมจำแนก 3 สถานะความหมายที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
23 Sep 2026ที่มา: Matichon Politics2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
กกต.แจงชัด: ชื่อ ส.ว. โผล่สำนวนฮั้ว ไม่ได้แปลว่าผิด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • กกต.ออกโรงชี้แจงกรณีรายชื่อ ส.ว. โผล่ในสำนวนฮั้วเลือก ส.ว.
  • ยืนยันการปรากฏชื่อไม่ได้หมายความว่าบุคคลดังกล่าวมีความผิด
  • แจกแจงรายละเอียด 3 สถานะทางกฎหมายที่มีความหมายต่างกันสิ้นเชิง

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับรายชื่อสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ไปปรากฏอยู่ในสำนวนการสอบสวนคดีการฮั้วเลือกตั้ง ส.ว. ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกและข้อสงสัยให้กับสังคมเป็นอย่างมากในขณะนี้

ทาง กกต. เน้นย้ำว่าการที่ชื่อของบุคคลใดบุคคลหนึ่งไปปรากฏอยู่ในเอกสารหรือสำนวนการไต่สวนนั้น ไม่ได้แปลว่าบุคคลดังกล่าวได้กระทำความผิดตามข้อกล่าวหาแล้วแต่อย่างใด เนื่องจากกระบวนการรวบรวมพยานหลักฐานยังอยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามกฎหมาย

Sappaya-Sapasathan Thai Parliament Bangkok

ภาพโดย REY MELVIN CARAAN / Unsplash

เพื่อให้สาธารณชนเกิดความเข้าใจที่ถูกต้องและไม่เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน ทางสำนักงาน กกต. จึงได้ทำการจำแนกสถานะของบุคคลที่ปรากฏชื่อในสำนวนออกเป็น 3 สถานะหลัก ซึ่งแต่ละสถานะมีความหมายและผลทางกฎหมายที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนี้ครับ

  • สถานะที่หนึ่ง: บุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในการกระทำความผิด
  • สถานะที่สอง: บุคคลที่มีชื่อปรากฏในฐานะพยานเพื่อให้อำนวย, ให้ถ้อยคำ หรือให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่รูปคดี
  • สถานะที่สาม: บุคคลที่ถูกระบุถึงในฐานะผู้เกี่ยวข้องแวดล้อมอื่น ๆ ซึ่งยังต้องมีการตรวจสอบความเชื่อมโยงอย่างละเอียดต่อไป

การทำความเข้าใจสถานะทางกฎหมายในสำนวนการสอบสวนถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งในกระบวนการยุติธรรม เนื่องจากในชั้นสืบสวนสอบสวน เจ้าหน้าที่รัฐจำเป็นต้องรวบรวมรายชื่อบุคคลทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นผู้ร้อง ผู้ถูกร้อง พยาน หรือแม้แต่บุคคลที่ถูกกล่าวพาดพิง เพื่อนำมาตรวจสอบเส้นทางความสัมพันธ์และพยานแวดล้อม การรีบด่วนสรุปความผิดเพียงเพราะมีชื่อปรากฏในเอกสารจึงอาจทำให้สังคมเข้าใจผิดและสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของผู้บริสุทธิ์ได้

กกต. ยังได้ขอร้องให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด และใช้วิจารณญาณในการรับ ข้อมูล เพื่อป้องกันการเผยแพร่ข่าวสารที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการเลือกตั้ง

ที่มา: Matichon Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้