โสภณ ซารัมย์ หารือทูตโอมาน กระชับสัมพันธ์ 2 ประเทศ
นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ให้การต้อนรับเอกอัครราชทูตรัฐสุลต่านโอมาน เมื่อ 22 ก.ย. 2569 มุ่งผลักดันการค้า การลงทุน และความมั่นคงทางอาหาร

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ให้การต้อนรับทูตโอมานประจำประเทศไทยเมื่อ 22 ก.ย. 2569
- เสนอจัดตั้งกลุ่มมิตรภาพไทย-โอมานเพื่อกระชับความสัมพันธ์ฝ่ายนิติบัญญัติให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
- ขอบคุณโอมานที่ช่วยเหลือลูกเรือไทยจากเรือมยุรีนารีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซจนปลอดภัย
- มุ่งขยายความร่วมมือด้านการค้า ธุรกิจ พลังงาน และการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์
เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ให้การรับรองนายอิสซา อับดุลเลาะฮ์ ญาบิร อัลอาลาวี เอกอัครราชทูตรัฐสุลต่านโอมานประจำประเทศไทย ณ อาคารรัฐสภา เพื่อแสดงความยินดีในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่และร่วมหารือแนวทางกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศที่มีมายาวนาน
ในระหว่างการหารือ นายโสภณได้กล่าวชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ของเอกอัครราชทูตโอมานซึ่งทำงานในประเทศไทยมานานกว่า 6 ปี พร้อมทั้งเสนอให้มีการจัดตั้งกลุ่มมิตรภาพไทย-โอมานขึ้นอย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือระดับนิติบัญญัติให้มีความแน่นแฟ้นและใกล้ชิดยิ่งขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้
ประธานรัฐสภายังได้กล่าวแสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้งต่อทางการโอมาน สำหรับความช่วยเหลือกรณีลูกเรือไทยจากเรือมยุรีนารีที่ประสบภัยพิบัติบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งโอมานได้ให้ความช่วยเหลือจนสามารถช่วยชีวิตและส่งตัวกลับประเทศไทยได้อย่างปลอดภัย สร้างความประทับใจเป็นอย่างมากแก่ประชาชนชาวไทยทุกคน
"ไทยและโอมานมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น และต้องการส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้าและธุรกิจ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนของทั้งสองประเทศได้ค้าขายและลงทุนระหว่างกัน"
นายโสภณ ซารัมย์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกจากนี้ ประธานรัฐสภายังได้หยิบยกประเด็นด้านพลังงานและการค้าขึ้นมาหารือ โดยระบุว่าแม้ประเทศไทยจะหันมาพัฒนาพลังงานทางเลือกมากขึ้น แต่ความต้องการใช้น้ำมันยังคงมีอยู่ ทำให้โอมานยังคงเป็นประเทศคู่ค้าด้านพลังงานที่สำคัญยิ่ง พร้อมทั้งหวังว่าโอมานจะมีบทบาทสำคัญในการเป็นตัวกลางส่งเสริมสันติภาพในภูมิภาคตะวันออกกลาง
การเยือนและพบปะระดับสูงระหว่างประธานรัฐสภาไทยและทูตโอมานครั้งนี้สะท้อนถึงการทูตรัฐสภา (Parliamentary Diplomacy) ที่ช่วยเสริมการทูตกระทรวงการต่างประเทศ โดยเฉพาะการดูแลความมั่นคงทางพลังงานและการปกป้องผลประโยชน์ของแรงงานไทยในจุดยุทธศาสตร์สำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันระดับโลก
ในตอนท้าย นายโสภณได้ให้ความมั่นใจว่าประเทศไทยพร้อมเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการดูแลนักท่องเที่ยวชาวโอมานที่เดินทางมาพักผ่อนและรับบริการทางการแพทย์ พร้อมกันนี้ยังได้ตอบรับคำเชิญในการเดินทางไปเยือนรัฐสุลต่านโอมาน รวมถึงแสดงความยินดีที่จะเข้าร่วมงานเฉลิมฉลองวันชาติโอมานในเดือนพฤศจิกายนนี้ ด้านเอกอัครราชทูตโอมานได้กล่าวขอบคุณและย้ำว่าความสัมพันธ์สองประเทศดำเนินมาอย่างราบรื่นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2523 พร้อมขยายความร่วมมือด้านเกษตรและประมงต่อไป
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น