DoorDash ยอมรับจ่ายค่าจ้างพนักงานเดลิเวอรีในนิวยอร์กต่ำกว่าเกณฑ์
DoorDash ตกลงจ่ายเงินชดเชยครั้งใหญ่หลังผลสอบสวนของทางการนิวยอร์กพบปัญหาจ่ายค่าจ้างพนักงานขับรถส่งอาหารต่ำกว่ากฎหมายขั้นต่ำ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- DoorDash ยอมรับข้อผิดพลาดกรณีจ่ายค่าจ้างพนักงานเดลิเวอรีในนิวยอร์กต่ำกว่าเกณฑ์
- การเจรจานี้เกิดขึ้นหลังการสอบสวนของสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคและคนงาน
- เงินชดเชยส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการคำนวณค่าจ้างในช่วงเวลาที่พนักงานรอรับออเดอร์
- บริษัทอ้างปัญหาความซับซ้อนของกฎหมายขั้นต่ำและข้อผิดพลาดทางเทคนิคในระบบ
DoorDash แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีชื่อดังจากเมืองซานฟรานซิสโก เผชิญกับบทสรุปครั้งสำคัญหลังจากยอมรับว่าบริษัทได้จ่ายเงินค่าจ้างให้กับพนักงานจัดส่งอาหารในนิวยอร์กต่ำกว่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด โดยข้อตกลงดังกล่าวเกิดขึ้นร่วมกับกรมคุ้มครองผู้บริโภคและคนงาน (Department of Consumer and Worker Protection) สืบเนื่องจากการสอบสวนของเมืองเกี่ยวกับปัญหาการละเมิดค่าจ้าง ซึ่งเงินชดเชยก้อนใหญ่ส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่วิธีการที่ DoorDash ใช้คำนวณค่าตอบแทนสำหรับเวลาที่พนักงานขับรถใช้ในการรอรับออเดอร์
ประเด็นเรื่องค่าจ้างในช่วงเวลาที่พนักงานรอคอยออเดอร์ระหว่างการส่งงานถือเป็นจุดขัดแย้งสำคัญในอุตสาหกรรมเศรษฐกิจแบบ gig economy มาโดยตลอด โดยในอดีตแอปพลิเคชันมักจะจ่ายเงินให้เฉพาะช่วงเวลาที่มีการจัดส่งจริงเท่านั้น แต่กฎระเบียบใหม่ของนิวยอร์กกำหนดให้ต้องมีการจ่ายค่าตอบแทนสำหรับเวลาทั้งหมดที่พนักงานล็อกอินอยู่ในระบบแอปพลิเคชัน
ทางฝั่ง DoorDash ได้ออกมาชี้แจงว่า ความผิดพลาดดังกล่าวส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงกฎหมายค่าจ้างขั้นต่ำในรัฐนิวยอร์กเมื่อปี 2023 ที่มีความซับซ้อนภายใต้มาตรฐานค่าจ้างขั้นต่ำใหม่สำหรับพนักงานส่งอาหารผ่านแอปพลิเคชัน ซึ่งอัตราค่าจ้างจะแตกต่างกันไปตามเขตพื้นที่ ระบบทิป และจำนวนคนที่ทำงานให้กับนายจ้าง นอกจากนี้ บริษัทยังอ้างถึงปัญหาความขัดข้องทางเทคนิค (technical glitches) และเส้นทางการจัดส่งที่มีหลายจุด ซึ่งเป็นสาเหตุให้บริษัทจ่ายเงินใต้เกณฑ์หรือจ่ายค่าจ้างล่าช้า
"We screwed up"
DoorDash
บริษัทเปิดเผยเพิ่มเติมว่า พนักงานในพื้นที่จะมีรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 30 ดอลลาร์ต่อชั่วโมงที่ปฏิบัติงานจริง พร้อมระบุว่าปัจจุบันได้ทำการแก้ไขข้อบกพร่องของซอฟต์แวร์ที่เป็นต้นเหตุของความผิดพลาดเหล่านี้เรียบร้อยแล้ว โดยข้อผิดพลาดดังกล่าวส่งผลกระทบต่อพนักงานประมาณ 264,000 คน แม้ว่าทางบริษัทจะยืนยันว่าปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นกับธุรกรรมในท้องถิ่นไม่ถึง 1% ก็ตาม
การยอมรับข้อผิดพลาดและข้อตกลงชดเชยครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันที่แพลตฟอร์ม Gig Economy ทั่วโลกต้องเผชิญ เมื่อเมืองใหญ่เริ่มออกกฎหมายคุ้มครองแรงงานที่เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะประเด็น "Idle Time" หรือเวลารอคอยงาน ซึ่งแต่เดิมอยู่นอกเหนือเกณฑ์การจ่ายค่าจ้าง การปรับตัวของอัลกอริทึมและระบบหลังบ้านจึงเป็นความท้าทายสำคัญของบริษัทเทคโนโลยีในการปฏิบัติตามกฎหมายท้องถิ่นที่ซับซ้อน
จากการตรวจสอบพบว่าความผิดพลาดของระบบในลักษณะดังกล่าวทำให้เงินค่าจ้างมูลค่าประมาณ 6.6 ล้านดอลลาร์ไม่เคยส่งถึงมือพนักงานเลย และยังมีเงินอีกประมาณ 5.7 ล้านดอลลาร์ที่โอนไปถึงมือคนงานล่าช้ากว่ากำหนดไปหลายวันหรือหลายสัปดาห์
ที่มา: BBC Business
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น