กรีซลุย AI: นายกฯ เผยใช้เงินกองทุนโควิดหนุนซูเปอร์คอมพิวเตอร์
นายกรัฐมนตรี Kyriakos Mitsotakis เผยกรีซทุ่มงบกองทุนฟื้นฟูยุคโควิดกว่า 3.6 หมื่นล้านยูโรสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและดึงดูดบุคลากรไอทีกลับประเทศ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- กรีซใช้เงินกองทุนโควิดอียูกว่า 3.6 หมื่นล้านยูโรพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
- สร้างซูเปอร์คอมพิวเตอร์ตัวใหม่ร่วมกับ Hewlett Packard Enterprise ที่เมืองลัฟริโอ
- ปรับเปลี่ยนนโยบายภาษีหุ้นซื้อพนักงาน (Stock Options) และลดภาษีให้ชาวกรีกที่ย้ายกลับประเทศ
- นายกฯ กรีซชวนผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพจ้างงานในกรีซท่ามกลางปัญหาขอวีซ่าทำงานในสหรัฐฯ ยากขึ้น
ในงาน TechCrunch ได้มีการเปิดเผยวิสัยทัศน์ที่น่าสนใจจากนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศกรีซเกี่ยวกับทิศทางเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ โดยระบุถึงการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ เมื่อเทียบกับช่วงวิกฤตหนี้สาธารณะในปี 2012 ที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีของกรีซเคยพุ่งสูงกว่า 40% ปัจจุบันตัวเลขดังกล่าวลดลงมาอยู่ที่ราว 4.3% ซึ่งใกล้เคียงกับพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ระดับประมาณ 5%
ผู้นำกรีซระบุถึงการจัดสรรงบประมาณวงเงินราว 3.6 หมื่นล้านยูโรที่ได้รับมาจากกองทุนฟื้นฟูหลังยุคโควิดของสหภาพยุโรป (EU) โดยเม็ดเงินส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เช่น พัฒนาพอร์ทัลออนไลน์เพื่อให้ประชาชนติดต่อราชการได้โดยไม่ต้องเข้าคิวรอนาน รวมถึงการสร้างซูเปอร์คอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ด้วยความร่วมมือกับ Hewlett Packard Enterprise ณ เมืองท่าลัฟริโอ ซึ่งเตรียมเปิดให้บริการเพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยด้าน AI และวิทยาศาสตร์ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ดำเนินนโยบายเชิงรุกเพื่อเอาใจบริษัทเทคโนโลยีและสตาร์ทอัพโดยเฉพาะ ผ่านการปรับปรุงกฎหมายภาษีสำหรับหุ้นซื้อพนักงาน (Stock Options) การผ่อนคลายกฎหมายแรงงาน และการมอบสิทธิประโยชน์ทางภาษีในอัตราที่ต่ำมากเป็นเวลาสูงสุดถึง 7 ปี สำหรับชาวกรีกที่เดินทางกลับมาทำงานในประเทศ
การที่กรีซเร่งเครื่องผลักดันโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และดึงดูดบุคลากรกลับประเทศ ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจจากประเทศลูกหนี้วิกฤตการเงิน สู่การเป็นฮับด้านเทคโนโลยีแห่งใหม่ในยุโรปใต้ โดยใช้จุดแข็งเรื่องต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่แข่งขันได้และมาตรการภาษีจูงใจ มาดึงดูดบริษัทและผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพที่กำลังเผชิญข้อจำกัดด้านวีซ่าในสหรัฐอเมริกา
เป้าหมายหลักของรัฐบาลกรีซคือการดึงมันสมองและบุคลากรที่มีความสามารถที่ต้องอพยพย้ายถิ่นฐานออกไปในช่วงวิกฤตหนี้สินให้กลับคืนสู่มาตุภูมิ พร้อมทั้งมองเห็นโอกาสจากมาตรการตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐฯ ที่เข้มงวดขึ้น ทำให้กระบวนการขอวีซ่าทำงานยากลำบากกว่าเดิม ซึ่งเป็นจังหวะให้ผู้ก่อตั้งกิจการหันมาพิจารณาจ้างงานบุคลากรในกรีซแทน
อย่างไรก็ตาม ในมิติเกี่ยวกับผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ที่มีต่อสังคม นายกรัฐมนตรี Kyriakos Mitsotakis ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่ารัฐบาลยังไม่มีแผนงานที่เสร็จสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์สำหรับเรื่องนี้ แต่เชื่อว่ามาตรการกำกับดูแลที่ชาญฉลาดหรือ "Smart Regulation" เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยสหรัฐอเมริกาจะเป็นผู้กำหนดทิศทางหลักในเรื่องดังกล่าว ขณะที่กรีซก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งหากกรุงเอเธนส์จะได้เป็นเวทีสำหรับการพูดคุยและถกเถียงในประเด็นสำคัญเหล่านี้
ที่มา: TechCrunch
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น