ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Longevity is a Trend: เมืองไทยประกันชีวิตชู Wealthspan

สาระ ล่ำซำ ซีอีโอเมืองไทยประกันชีวิต ชี้ไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มตัว พร้อมเผยสถิติคนไทย 30% ไม่มีเงินออมเพื่อเกษียณ

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
23 Sep 2026ที่มา: Techsauce3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Longevity is a Trend: เมืองไทยประกันชีวิตชู Wealthspan

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ไทยและสิงคโปร์เป็นสองประเทศในอาเซียนที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแบบเต็มตัว
  • คนไทย 30% ไม่มีเงินออม และ 60% มีเงินออมต่ำกว่า 200,000 บาท
  • เมืองไทยประกันชีวิตชูแนวคิด Wealthspan ควบคู่ Lifespan และ Healthspan

การพูดถึงการมีชีวิตที่ยืนยาวหรือ Longevity มักวนเวียนอยู่กับการดูแลสุขภาพ ออกกำลังกาย และการตรวจร่างกายประจำปี ทว่า สาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ได้สะท้อนมุมมองบนเวทีงานเสวนาว่า สิ่งที่มักถูกมองข้ามไปเสมอก็คือเรื่องของเงินทอง

ในงานแถลงข่าวภายใต้แนวคิด Longevity is a Trend สาระได้อธิบายว่า สมการของการมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพนั้นต้องอาศัยความสมดุลของสามองค์ประกอบหลัก ได้แก่ ช่วงชีวิตที่ยาวนานขึ้น (Lifespan) ช่วงเวลาที่ร่างกายแข็งแรง (Healthspan) และความมั่นคงทางการเงินตลอดชีวิต (Wealthspan) ซึ่งตัวแปรสุดท้ายนี้คือสิ่งที่สังคมไทยให้ความสนใจน้อยที่สุด ทั้งที่เป็นตัวตัดสินคุณภาพชีวิตในระยะยาว

Thailand university campus building exterior

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

สาระระบุว่า ในกลุ่มประเทศอาเซียน มีเพียงสิงคโปร์และไทยเท่านั้นที่เผชิญกับภาวะสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีสัดส่วนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ ประกอบกับอัตราการเสียชีวิตของไทยที่แซงหน้าอัตราการเกิดมาเป็นระยะเวลานานแล้ว

33 ล้านประชากรไทยปี 2083
14 ล้านวัยแรงงานในอนาคต
10.8%เงินเฟ้อทางการแพทย์ไทย

ข้อมูลจากการคาดประมาณของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยระบุว่า หากสถานการณ์ยังดำเนินต่อไปเช่นนี้ ประชากรไทยจะลดลงจากราว 66 ล้านคน เหลือเพียง 33 ล้านคนภายในปี 2083 หรือในอีกประมาณ 60 ปีข้างหน้า ขณะที่ประชากรวัยแรงงานอายุ 15 ถึง 64 ปี จะหดตัวจาก 46 ล้านคน เหลือแค่ 14 ล้านคนเท่านั้น

การหดตัวอย่างรวดเร็วของประชากรวัยแรงงานสะท้อนถึงแรงกดดันมหาศาลต่อระบบเศรษฐกิจและระบบสวัสดิการรัฐในอนาคตอันใกล้ เมื่อภาษีจากฐานแรงงานลดลงแต่ภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขพุ่งสูงขึ้น การพึ่งพิงภาครัฐจึงมีความเสี่ยงสูง และการเตรียมความพร้อมทางการเงินระดับบุคคลกลายเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศสิงคโปร์ที่มีประชากรราว 6 ล้านคน สาระชี้ว่าสิงคโปร์มีการวางระบบโครงสร้างที่ชัดเจน ทั้งการออมภาคบังคับ การร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาล และการปลูกฝังวินัยทางการเงินตั้งแต่เริ่มต้น ตรงกันข้ามกับประเทศไทยที่ข้อมูลจากรายงานของประชาชาติธุรกิจชี้ว่า ประชาชนราว 30 เปอร์เซ็นต์ไม่มีเงินออมเลย และราว 60 เปอร์เซ็นต์มีเงินออมไม่ถึง 200,000 บาท

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

เราแก่แล้วเราจน เราไม่ได้มีระบบ Forced Savings

สาระ ล่ำซำ

ในด้านของช่องว่างระหว่างช่วงอายุขัยกับช่วงเวลาที่สุขภาพดี สาระอ้างอิงงานศึกษาในประเทศพัฒนาแล้วที่พบช่องว่างราว 11 ปี ส่วนของไทยอยู่ที่ประมาณ 10 ปี ซึ่งหมายความว่าคนไทยต้องใช้ชีวิตในช่วงท้ายราวหนึ่งทศวรรษไปพร้อมกับโรคภัยไข้เจ็บ ภาวะทุพพลภาพ หรือภาวะสมองเสื่อม

สาระยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของคำนิยามคำว่า Wealthspan ว่าไม่ได้หมายถึงแค่การเก็บออมเงินเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสามารถในการสร้างรายได้ด้วยตนเองให้ยาวนานที่สุด ผ่านการปรับทักษะใหม่และการยกระดับทักษะที่มีอยู่เดิม เพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างการทำงานยุคใหม่

ที่มา: Techsauce

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้