vivo X500 Series กับ originOS 7: เปิด 5 แอปพร้อมกัน
วีโว่เปิดตัว originOS 7 บน Android 17 สำหรับ vivo X500 Series ชูจุดเด่น Origin Workbench เปิด 5 แอปพร้อมกันและลูกเล่นเจลลี่

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- vivo X500 Series ประเดิมใช้งาน originOS 7 บน Android 17 เป็นกลุ่มแรก
- ชูฟีเจอร์ Origin Workbench เปิดใช้งาน 5 แอปพลิเคชันพร้อมกันในหน้าจอเดียว
- เพิ่มความลื่นไหลด้วยลูกเล่นเจลลี่และแอนิเมชัน Fluid Motion กว่า 200 จุด
- รองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Apple และจัดการไฟล์ผ่าน iCloud ได้โดยตรง
วีโว่ประกาศปล่อยอัปเดตอินเทอร์เฟซตัวใหม่ล่าสุดในชื่อ originOS 7 ซึ่งทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการ Android 17 โดยสมาร์ทโฟนตระกูล vivo X500 Series ซึ่งประกอบด้วยรุ่น vivo X500, vivo X500 Pro และ vivo X500 Pro Max จะเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับประสบการณ์ใช้งานอินเทอร์เฟซนี้จากโรงงาน นอกจากนี้ผู้ใช้งานในประเทศไทยที่เข้าร่วมโครงการ Preview Program ก็จะได้รับโอกาสทดลองใช้งานอินเทอร์เฟซใหม่นี้เช่นเดียวกัน
ภายในงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่มหานครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ไฮไลต์สำคัญที่ถูกพูดถึงอย่างมากคือฟีเจอร์ Origin Workbench ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเปิดแอปพลิเคชันพร้อมกันได้ถึง 5 แอปในหน้าเดียว โดยแบ่งเป็นแอปพลิเคชันหลัก 1 แอป และหน้าต่างย่อยอีก 4 หน้าต่าง นับเป็นการยกระดับการทำงานหลายอย่างพร้อมกันบนมือถือครั้งสำคัญ
การพัฒนา originOS 7 ของวีโว่สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการก้าวข้ามขีดจำกัดของการใช้งานมัลติทาสกิงบนสมาร์ทโฟน การรวมหน้าต่างย่อยหลายจอเข้ากับระบบจัดการกราฟิกใหม่แสดงให้เห็นว่าค่ายผู้ผลิตมุ่งเน้นการใช้งานจริงที่เทียบเคียงกับคอมพิวเตอร์พกพา เพื่อตอบสนองกลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการความคล่องตัวสูงในชีวิตประจำวัน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ผู้บริหารฝ่ายผลิตภัณฑ์ X500 Series เผยบนเวทีว่า เนื่องจากผู้ใช้สมาร์ทโฟนชาวจีนมักเรียก originOS ว่าระบบปฏิบัติการส้ม ทางค่ายจึงตั้งชื่อเล่นเวอร์ชันนี้ว่า ส้มเจลลี่ โดยเน้นไปที่ความลื่นไหลของธีม พร้อมฟังก์ชันเปลี่ยนภาพถ่ายให้มีพื้นผิวคล้ายของเหลว เมื่อผู้ใช้แตะหรือเขย่าเครื่อง ภาพจะเกิดการกระเด้งและยุบตัวเหมือนเจลลี่ พร้อมผสานการทำงานกับเซนเซอร์ไจโรสโคปเพื่อสร้างแสงและเงาบนวอลเปเปอร์ตามองศาการเอียงของเครื่อง
นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Fluid Motion ที่ทำให้องค์ประกอบบนหน้าจอยืดและหลอมรวมกันตามความเร็วนิ้ว เช่น แถบเลื่อนในแอปแกลเลอรีที่เปลี่ยนสีตามพื้นหลัง และแว่นขยายที่หักเหตัวอักษรเสมือนหยดน้ำ ซึ่งทางวีโว่ระบุว่ามีการปรับแต่งแอนิเมชันลักษณะนี้ครอบคลุมกว่า 200 ฉากการใช้งาน และปรับปรุงการตอบสนองความลื่นไหลรวมกว่า 200 จุด
ด้านประสิทธิภาพการทำงาน originOS 7 มาพร้อมระบบ Origin Smooth Engine เวอร์ชันใหม่ที่ปรับปรุงการประมวลผลกราฟิก การจัดการหน่วยความจำ และการจัดลำดับงานของระบบ โดยวีโว่ยืนยันว่าความเร็วในการเปิดแอปพลิเคชันเพิ่มขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์ การสลับหน้าจอภายในเร็วขึ้น 11 เปอร์เซ็นต์ และมีประสิทธิภาพการเรนเดอร์ภาพเพิ่มขึ้น 14.4 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับเวอร์ชันก่อนหน้า
"เวอร์ชันนี้เน้นไปที่ความลื่นไหลของธีม มีฟังก์ชันที่เปลี่ยนภาพถ่ายของผู้ใช้งานให้เป็นพื้นผิวคล้ายกับของเหลว เมื่อมีการแตะหรือเขย่าตัวเครื่อง ภาพจะกระเพื่อม มีการยุบตัว และเด้งกลับเหมือนเจลลี่"
ผู้บริหารฝ่ายผลิตภัณฑ์ X500 Series วีโว่
จุดเด่นอีกประการคือความสามารถในการเชื่อมต่อกับระบบนิเวศอื่น โดย originOS 7 สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ของแอปเปิลได้มากขึ้น เช่น การรับการแจ้งเตือนจาก Apple Watch, ซิงก์ข้อมูลออกกำลังกายไปยังแอป Origin Health, ตรวจสอบระดับแบตเตอรี่ AirPods ผ่าน Origin Island และรองรับ Spatial Audio รวมถึงการใช้ vivo File Manager เข้าถึงไฟล์บน iCloud ได้โดยตรง ในขณะที่ฟีเจอร์ vivo Office Kit ยังคงอำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อกับ iPad, Mac และคอมพิวเตอร์ Windows ได้ตามปกติ
สำหรับการปรับแต่งหน้าจอ วีโว่ได้ใส่ฟีเจอร์ Pet Pals ที่มีสัตว์เลี้ยงคอยตอบสนองต่อการขยับของเครื่อง พร้อมแสดงสถานะการชาร์จและการเล่นเพลง โดยในงานเปิดตัวมีธีมสัตว์เลี้ยง AI ให้ใช้งานฟรี 6 ชุด และมีบริการเสริมแบบเสียเงินให้ผู้ใช้อัปโหลดรูปสัตว์เลี้ยงของตนเองเพื่อให้ AI แปลงเป็นโมเดล 3 มิติ รวมถึงฟีเจอร์ StickIt สำหรับทำภาพคอลลาจจากรูปถ่ายและ Live Photo บนหน้าจอล็อกและหน้าจอหลัก
ที่มา: Thairath Lifestyle
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น