OpenAI เปิดตัว GPT-6 Sol และ Luna ค่า API ถูกลง 50%
OpenAI เปิดตัวโมเดล GPT-6 Sol และ Luna ใหม่ล่าสุด พร้อมให้บริการผ่าน API ทันที ลดราคาลง 50% และชูประสิทธิภาพเหนือคู่แข่งในราคาที่ประหยัดกว่า

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- OpenAI เปิดตัวโมเดลใหม่ในตระกูล GPT-6 สองรุ่น ได้แก่ Sol สำหรับงานระดับโปร และ Luna สำหรับงานประมวลผลความเร็วสูง
- ราคาค่า API ของทั้งสองรุ่นถูกลงกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 50% โดยราคาเอาต์พุตของ Luna ลดลงถึง 58%
- Sol ทำคะแนนบนเบนช์มาร์กการเขียนโค้ดและการทำงานอัตโนมัติเหนือกว่าคู่แข่งหลายรายการในต้นทุนที่ต่ำกว่ามาก
- ระบบ Prompt Caching แบบปรับปรุงใหม่ช่วยลดต้นทุนโทเค็นอินพุตที่แคชไว้ได้สูงสุดถึง 90%
OpenAI สร้างความฮือฮาอีกครั้งด้วยการปล่อยโมเดลปัญญาประดิษฐ์ตระกูล GPT-6 สองรุ่นใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการ ได้แก่ gpt-6-sol และ gpt-6-luna ซึ่งเปิดให้ใช้งานผ่าน OpenAI API แล้ววันนี้ โดยโมเดลทั้งสองตัวนี้ออกแบบมาให้ใช้งานผ่านระบบ API เท่านั้น และไม่มีน้ำหนักโมเดลให้โฮสต์เองแต่อย่างใด
ตระกูล GPT-6 ในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 3 ระดับ โดย Astra เป็นโมเดลระดับท็อปสำหรับงานที่ยากที่สุด, Sol มุ่งเน้นไปที่งานเขียนโค้ดที่ซับซ้อนและงานระดับมืออาชีพในต้นทุนที่ต่ำลง และ Luna ออกแบบมาเพื่อรองรับงานประจำวันปริมาณมากที่ต้องการความรวดเร็ว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ทีมงาน OpenAI ระบุว่าเทคโนโลยีการแคชและการอนุมานที่ดีขึ้นทำให้สามารถให้บริการโมเดลเหล่านี้ได้ในต้นทุนที่ถูกลง โดยบริษัทได้ปรับลดราคา API ของ Sol และ Luna ลงถึง 50% เมื่อเทียบกับราคาโปรโมชันของ GPT-5.6 ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ราคาเอาต์พุตของ Luna ยังลดลงจาก 1.20 ดอลลาร์ เหลือเพียง 0.50 ดอลลาร์ หรือลดลงประมาณ 58% เลยทีเดียว
ในด้านประสิทธิภาพการทำงานระดับมืออาชีพ บนเบนช์มาร์ก AutomationBench 1.0.6 รุ่น Sol ในระดับความพยายาม xhigh ทำคะแนนได้ 33.2% ที่ต้นทุน 0.27 ดอลลาร์ต่อภารกิจ ในขณะที่ Claude Opus 5 ทำคะแนนได้ 26.9% แต่ใช้ต้นทุนสูงกว่าถึง 11.1 เท่า ส่วนบนการทดสอบ Agents’ Last Exam รุ่น Sol ที่ระดับ max ทำคะแนนได้ 56.4% ซึ่งสูงกว่าคะแนนที่ดีที่สุดของ Claude Opus 5 ในต้นทุนต่อภารกิจที่ถูกกว่าถึง 60%
การเปิดตัว GPT-6 ในกลุ่มย่อยอย่าง Sol และ Luna สะท้อนให้เห็นกลยุทธ์เชิงรุกของ OpenAI ในการเจาะตลาดกลุ่มนักพัฒนาที่ต้องการความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพระดับสูงและต้นทุนการดำเนินงานที่ต่ำลง โดยการที่บริษัทเน้นชูจุดเด่นเรื่องราคา API ที่ถูกลงครึ่งหนึ่งควบคู่ไปกับผลทดสอบเบนช์มาร์กที่ท้าชนคู่แข่งรายใหญ่อย่าง Anthropic ได้โดยตรง บ่งบอกถึงการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาด AI เชิงพาณิชย์ที่ไม่ได้วัดกันแค่ความฉลาดอีกต่อไป แต่รวมถึงความคุ้มค่าต่อการใช้งานในสเกลใหญ่ด้วย
สำหรับการเขียนโค้ด บนเบนช์มาร์ก DeepSWE v1.1 รุ่น Sol ทำคะแนนได้ 68.8% ตามหลัง Claude Fable 5 อยู่เพียง 1.1 คะแนน แต่มีต้นทุนต่อภารกิจที่ถูกกว่าถึงประมาณ 80% ด้าน Luna ทำคะแนนได้ 66.6% ซึ่งเทียบเท่ากับ Opus 5 และ Fable 5 ในระดับปานกลาง แต่มีต้นทุนถูกกว่า Opus 5 ถึง 93% และถูกกว่า Fable 5 ถึง 96% นอกจากนี้ในด้านความถูกต้องแม่นยำ การทดสอบภายในของ OpenAI พบว่า Sol ทำข้อผิดพลาดลดลงราวครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า
อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือระบบ Prompt Caching ที่ได้รับการปรับปรุงให้มีอัตราการแคชฮิตสูงขึ้นโดยค่าเริ่มต้น ซึ่งช่วยลดส่วนแบ่งของโทเค็นอินพุตที่ต้องประมวลผลใหม่ลงมากกว่า 50% ตามรายงานของ GitHub ที่ระบุว่าช่วยให้ GitHub Copilot ตอบสนองได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ที่มา: MarkTechPost
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น