ศาลฎีกาแจง ปธ.คดีเลือกตั้งไม่เคยพบนาย ‘น.’ เตรียมดำเนินคดี
ศาลฎีกาโต้ข่าวลือ ประธานแผนกคดีเลือกตั้งไม่เคยพบอดีตนักการเมือง ‘น.’ เพื่อวิ่งเต้นตำแหน่ง สว. พร้อมดำเนินคดีผู้ปล่อยข่าวเท็จแล้ว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ศาลฎีกาปฏิเสธข่าวลือประธานแผนกคดีเลือกตั้งพบนาย ‘น.’ อดีตนักการเมือง
- ยันไม่เคยมีการวิ่งเต้นขอสนับสนุนจาก สว. หรือช่วยเหลือคดีเลือกตั้ง
- นายวรวุฒิย้ายไปดำรงตำแหน่งอื่นในวันที่ 1 ต.ค. 2569 โดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีเลือกตั้งแล้ว
- มอบหมายสำนักกิจการคดีดำเนินคดีผู้เผยแพร่ข้อมูลเท็จทันที
วันที่ 23 ก.ย. 2569 ศาลฎีกาออกมาชี้แจงกรณีที่มีกระแสข่าวเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ว่า นายวรวุฒิ ทวาทศิน ประธานแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา ได้เดินทางไปพบกับอดีตนักการเมืองรายหนึ่งใช้อักษรย่อว่า ‘น.’ เพื่อวิ่งเต้นให้ได้รับความช่วยเหลือและสนับสนุนจากสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในการดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงจะช่วยเคลียร์คดีเลือกตั้งที่กำลังเป็นประเด็นอยู่
จากกระแสข่าวดังกล่าว ทางศาลฎีกาได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการว่า นายวรวุฒิ บุคคลที่ตกเป็นข่าว ไม่เคยเดินทางไปพบปะหรือติดต่อกับอดีตนักการเมืองคนดังกล่าวตามที่ถูกกล่าวอ้างแ고งแต่อย่างใด ข้อมูลที่ปรากฏบนโลกออนไลน์จึงไม่เป็นความจริงและสร้างความเข้าใจผิดแก่ประชาชน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกจากนี้ ทางศาลฎีกายยังได้ชี้แจงเพิ่มเติมถึงไทม์ไลน์การดำรงตำแหน่งของนายวรวุฒิ โดยระบุว่า แม้ในปัจจุบันเจ้าตัวจะทำหน้าที่เป็นประธานแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา แต่ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 นี้ เจ้าตัวกำลังจะโยกย้ายไปดำรงตำแหน่งบริหารในส่วนงานอื่น ซึ่งจะไม่มีความเกี่ยวข้องกับการพิจารณาคดีเลือกตั้งในศาลฎีกาอีกต่อไป
การออกมาชี้แจงอย่างรวดเร็วของหน่วยงานศาลยุติธรรมสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการปกป้องความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรม ท่ามกลางกระแสข่าวลือในโซเชียลมีเดียที่อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์องค์กรอิสระและผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง การดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ปล่อยข่าวเท็จจึงเป็นมาตรการสำคัญในการยับยั้งการกระจายข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง
ในส่วนของการดำเนินการทางกฎหมาย ล่าสุดนายวรวุฒิได้มอบอำนาจให้ทางสำนักกิจการคดี สังกัดสำนักงานศาลยุติธรรม เป็นผู้แทนในการติดตามและดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับบุคคลหรือเพจออนไลน์ที่จงใจปล่อยข่าวเท็จดังกล่าว เนื่องจากทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงส่วนตัวและการปฏิบัติหน้าที่ราชการ
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น