Skift Global Forum 2026: ซีอีโอ Booking มอง AI แพลนทริปง่ายนิดเดียว
เกลน โฟเกล ซีอีโอ Booking Holdings เผยบนเวที Skift Global Forum 2026 ที่นิวยอร์ก ชี้การสร้าง AI เอเจนต์ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ความไว้วางใจเรื่องข้อมูลต่างหากที่สำคัญกว่า

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เกลน โฟเกล ซีอีโอ Booking ชี้การสร้าง AI เอเจนต์วางแผนท่องเที่ยวไม่ใช่เรื่องยาก
- ความท้าทายที่แท้จริงคือการสร้างความไว้วางใจในการจัดการข้อมูลส่วนตัวและบัตรเครดิต
- ทราฟฟิกจาก AI ยังคงต่ำกว่า 1% ของยอดจองห้องพักทั้งหมดของบริษัท
- บริษัทเดินหน้าทดลองโปรเจกต์ AI อย่างน้อย 5 โครงการพร้อมดีลกับ OpenAI และ Google
เกลน โฟเกล ซีอีโอของ Booking Holdings ขึ้นเวทีงาน Skift Global Forum 2026 ณ นครนิวยอร์ก เพื่อแสดงมุมมองต่อกระแสความตื่นตัวของ AI เอเจนต์รุ่นใหม่ที่มีความสามารถในการวางแผนและจองการเดินทางให้ผู้ใช้งานผ่านการส่งข้อความ เช่น เครื่องมืออย่าง Instinct ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในซิลิคอนแวลลีย์
ในมุมมองของผู้นำ Booking การพัฒนา AI เอเจนต์ที่ทำหน้าที่สั่งการจองทริปไม่ใช่เรื่องซับซ้อนเกินความสามารถ โดยเขาระบุบนเวทีเสวนาว่าหากบริษัทต้องการสร้างเครื่องมืออย่าง Instinct ขึ้นมาบ้าง ก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นแต่อย่างใดหากเป็นเพียงการทำสิ่งนั้นอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริง การเดินทางท่องเที่ยวมีความซับซ้อนและมีองค์ประกอบมากกว่าแค่ขั้นตอนการทำธุรกรรมการเงิน

ภาพโดย Campaign Creators / Unsplash
"If we want to do Instinct, how hard do you think that would be? It wouldn't be that hard if that's all you had to do."
Glenn Fogel
สิ่งที่มีความสำคัญมากกว่าสำหรับ Booking Holdings คือการสร้างความไว้วางใจให้กับผู้ใช้งาน โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับการปกป้องข้อมูลบัตรเครดิตและข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว ซึ่งนักเดินทางยังคงมีความต้องการที่จะติดต่อสื่อสารและทำธุรกรรมกับมนุษย์จริงๆ มากกว่าการพึ่งพาโปรแกรมอัตโนมัติเพียงอย่างเดียว
การที่ซีอีโอ Booking ออกมาลดทอนความน่ากลัวของคู่แข่ง AI หน้าใหม่อาจมองได้ว่าเป็นกลยุทธ์สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน แต่ในเชิงเทคโนโลยีแล้ว การเชื่อมต่อฐานข้อมูลการท่องเที่ยวทั่วโลกและระบบชำระเงินข้ามพรมแดนที่มีกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเข้มงวด ถือเป็นคูเมือง (Moat) ที่แข็งแกร่งกว่าแค่การเขียนโค้ดสั่งการด้วยภาษาธรรมชาติ (NLP) ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมยักษ์ใหญ่ด้านการท่องเที่ยวจึงยังได้เปรียบในแง่โครงสร้างพื้นฐานระยะยาว
ในด้านผลลัพธ์ทางธุรกิจและการใช้งานจริง โฟเกลเปิดเผยว่าปริมาณการใช้งานทราฟฟิกที่มาจากเอเจนต์ภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) ยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 1% ของยอดจองห้องพักทั้งหมดอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเขาอธิบายว่าเป็นเพียงข้อเท็จจริงทางสถิติไม่ใช่เรื่องดีหรือร้ายแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม ทาง Booking Holdings ไม่ได้นิ่งนอนใจและกำลังขับเคลื่อนโครงการปัญญาประดิษฐ์อย่างน้อย 5 โครงการไปพร้อมกัน ได้แก่ ระบบ Penny ของ Priceline, ฟีเจอร์ผู้ช่วยบน Booking.com, แพลนเนอร์วางแผนทริปของ Agoda, สตาร์ทอัพที่อยู่ระหว่างการบ่มเพาะ และโปรเจกต์ลับบนชายฝั่งตะวันตก ควบคู่ไปกับการทำข้อตกลงโฆษณากับ OpenAI รวมถึงการบูรณาการเครื่องมือจองโรงแรมบน Google ในโหมด AI
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น