Hilton CEO ชี้ทศวรรษที่ผ่านมาผิดปกติ พร้อมดัน Project Rise
Christopher Nassetta ซีอีโอ Hilton เผยในงาน Skift Global Forum ว่าเจ้าของโรงแรมเผชิญทศวรรษที่ยากลำบาก และเตรียมคืนกำไรเพิ่ม 75-100 เบซิสพอยต์ด้วย Project Rise

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Christopher Nassetta เผยทศวรรษที่ผ่านมาผิดปกติและยากลำบากสำหรับเจ้าของโรงแรม
- Hilton เปิดตัว Project Rise เพื่อคืนกำไรส่วนเพิ่ม 75 ถึง 100 เบซิสพอยต์
- ตลาดปัจจุบันฟื้นตัวแบบรูปตัว C โดยกลุ่มรายได้ปานกลางและล่างเริ่มแข็งแกร่งขึ้น
- Hilton เตรียมนำ AI มาช่วยลดต้นทุนการจัดจำหน่ายและเพิ่มกำไรให้เจ้าของโรงแรม
Christopher Nassetta ประธานและซีอีโอของ Hilton ได้ขึ้นกล่าวบนเวทีงาน Skift Global Forum ในนครนิวยอร์ก โดยระบุว่าเจ้าของโรงแรมต้องเผชิญกับช่วงเวลาทศวรรษที่ยากลำบากอย่างผิดปกติ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่แปลกประหลาดในรอบกว่า 40 ปีของการทำงานในวงการนี้ โดยเขามองว่าช่วงเวลานี้ไม่ใช่เรื่องปกติทั่วไป
สาเหตุของความยากลำบากดังกล่าวเริ่มต้นตั้งแต่ผลพวงจากวิกฤตการณ์ทางการเงินในปี 2008 ลากยาวมาถึงการเติบโตที่ซบเซาในปี 2017 ถึง 2018 การแพร่ระบาดของโรคที่ทำลายรายได้ไปมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ตามด้วยการฟื้นตัวที่ขับเคลื่อนด้วยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ และกลับมาเผชิญกับการเติบโตที่อ่อนแอพร้อมกับภาวะเงินเฟ้อสูง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
เพื่อรับมือกับปัญหาเหล่านี้ Nassetta ได้เริ่มพัฒนาแผนงานในช่วงปลายปี 2024 ถึงต้นปี 2025 จนกลายมาเป็น Project Rise ที่ Hilton ได้เปิดตัวเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้วและทยอยใช้งานในปีนี้ โดยมีความมุ่งมั่นที่จะคืนกำไรส่วนเพิ่มให้กับเจ้าของโรงแรมให้อยู่ที่ 75 ถึง 100 เบซิสพอยต์ ซึ่งโรงแรมส่วนใหญ่ในระบบได้บรรลุเกณฑ์ความพึงพอใจของลูกค้าที่กำหนดไว้เรียบร้อยแล้ว
“มันค่อนข้างผิดปกติในประสบการณ์กว่า 40 ปีของผมที่ทำเรื่องนี้ ที่คุณต้องมาเจอช่วงเวลา 10 ปีที่ยากลำบากจริงๆ นอกเหนือจากช่วงที่เศรษฐกิจคึกคักแบบชั่วคราว”
Christopher Nassetta ซีอีโอ Hilton
ในส่วนของแผนงานระยะต่อไป Nassetta ระบุว่า Hilton จะพึ่งพาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เข้ามาช่วยลดต้นทุนการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน เพื่อผลักดันกำไรให้ตกถึงมือเจ้าของโรงแรมให้มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งมองว่าสถานการณ์ตลาดในปัจจุบันเป็นการฟื้นตัวแบบรูปตัว C โดยกลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้สูงเริ่มชะลอตัวลง ขณะที่กลุ่มรายได้ปานกลางและรายได้น้อยมีความแข็งแกร่งขึ้น
บริบทเพิ่มเติม: การที่ซีอีโอของ Hilton เน้นย้ำเรื่อง Project Rise และการใช้ AI เข้ามาช่วยบริหารจัดการต้นทุน สะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์โรงแรมระดับโลกกำลังปรับตัวอย่างหนักท่ามกลางต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น ทั้งค่าแรงและการประกันภัย ซึ่งเทคโนโลยี AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการจัดจำหน่ายและการจองห้องพักที่เคยเป็นต้นทุนก้อนใหญ่ของเจ้าของแฟรนไชส์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกจากนี้ เขายังชี้ให้เห็นถึงการลงทุนสินทรัพย์ถาวรที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัย เช่น การลงทุนของภาคธุรกิจในศูนย์ข้อมูล โรงงาน และโครงสร้างพื้นฐาน ที่เติบโตมากกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ในไตรมาสที่สอง ซึ่งสอดคล้องกับการจองห้องพักช่วงกลางสัปดาห์จากกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง โดยกลุ่มนี้สร้างรายได้จากการเดินทางเพื่อธุรกิจให้กับ Hilton สูงถึง 85 ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ สำหรับประเด็นเรื่องตัวแทนจองห้องพัก AI นั้น Nassetta มองว่า Hilton พร้อมจะปรากฏตัวในทุกช่องทางที่ลูกค้าใช้งาน แต่ยังคงเชื่อมั่นในจุดแข็งด้านสเกลธุรกิจที่มีส่วนแบ่ง 25 เปอร์เซ็นต์ของอุปทานโรงแรมคุณภาพในสหรัฐฯ และสมาชิก Honors จำนวน 300 ล้านราย
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น