ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Anthropic เผย AI Claude ค้นพบทางชีววิทยาสำคัญใน 21 ชม.

Anthropic ระบุว่าห้องปฏิบัติการชีววิทยาของบริษัทที่เปิดตัวเมื่อฤดูใบไม้ผลิ 2026 สามารถค้นพบครั้งใหญ่โดยใช้ AI Claude ทำงานเพียง 21 ชั่วโมง

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
24 Sep 2026ที่มา: TechCrunch3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Anthropic เผย AI Claude ค้นพบทางชีววิทยาสำคัญใน 21 ชม.

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • Anthropic เผยห้องปฏิบัติการชีววิทยาค้นพบสิ่งสำคัญโดยฝีมือ AI Claude
  • กระบวนการค้นหาใช้เวลาเพียง 21 ชั่วโมงผ่าน 950 เอเจนต์และ 210 ล้านโทเค็น
  • ซีอีโอ Dario Amodei ยอมรับว่าคล้ายงานวิจัยเดิมของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด
  • การทดลองทางกายภาพทั้งหมดดำเนินการโดยนักวิทยาศาสตร์มนุษย์เพื่อความปลอดภัย

บริษัทปัญญาประดิษฐ์ชั้นนำอย่าง Anthropic ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าครั้งสำคัญว่า ห้องปฏิบัติการชีววิทยาของบริษัทที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2026 สามารถสร้างการค้นหาและค้นพบทางชีววิทยาครั้งใหญ่ได้แล้ว โดยอาศัยความสามารถของ AI โมเดล Claude เป็นหลักในการขับเคลื่อนงานวิจัยดังกล่าว

Dario Amodei ซีอีโอของ Anthropic ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นจากการใช้ Claude ค้นหาข้อมูลผ่านการประมวลผลของเอเจนต์จำนวนประมาณ 950 ตัว ซึ่งใช้โทเค็นไปทั้งหมด 210 ล้านโทเค็น โดยกระบวนการทั้งหมดใช้เวลาความพยายามต่อเนื่องเพียง 21 ชั่วโมงเท่านั้น

21ชั่วโมงที่ Claude ใช้ค้นหา
950จำนวนเอเจนต์ที่ใช้ค้นข้อมูล
210Mโทเค็นที่ถูกประมวลผล

อย่างไรก็ตาม Amodei ยอมรับว่าการค้นพบนี้ต่อยอดมาจากฐานงานวิจัยของผู้อื่น และมีทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดเคยค้นพบระบบที่มีความคล้ายคลึงกันในบางแง่มุมมาก่อนแล้ว นอกจากนี้ ชุมชนนักวิจัยในวงกว้างยังคงต้องช่วยกันตรวจสอบและยืนยันว่าการค้นพบครั้งนี้มีความยิ่งใหญ่หรือใหม่แค่ไหนในทางวิทยาศาสตร์จริง

"Our lab, located in the Bay Area, looks like a typical molecular biology lab. We do research that involves only the lower-levels of the biosafety risk level (BSL-1 and BSL-2) and we do not handle pathogens that can infect humans. All of the lab work is performed by human scientists."

Dario Amodei
artificial intelligence data server research computer screen

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ประเด็นที่น่าสนใจคือ การเปิดเผยเรื่องห้องปฏิบัติการชีววิทยานี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับที่ซีอีโอสาย AI หลายคน รวมถึงตัว Amodei เอง เคยออกมาเตือนต่อสาธารณะว่า โมเดล AI มีความสามารถสูงขึ้นจนอาจเป็นอันตราย และอุตสาหกรรมควรชะลอความเร็วเพื่อพัฒนาขั้นตอนทดสอบความปลอดภัย หลังจากมีพนักงานบางส่วนเคยออกมาเตือนถึงความเสี่ยงที่ AI อาจทำลายมนุษยชาติได้

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

การที่บริษัท AI หันมาลงทุนในห้องปฏิบัติการชีววิทยาของตนเองสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการเชื่อม ศาสตร์แห่งปัญญาประดิษฐ์เข้ากับเทคโนโลยีชีวภาพขั้นสูง เช่น เทคโนโลยี CRISPR แม้ว่าการใช้ AI จะช่วยร่นระยะเวลาการวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาลได้อย่างน่าทึ่ง แต่ความกังวลเรื่องความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) และความเสี่ยงจากการนำ AI ไปใช้ในทางที่ผิด เช่น การสร้างอาวุธชีวภาพ ก็ยังคงเป็นประเด็นถกเถียงระดับโลกที่ผู้พัฒนาต้องควบคุมอย่างเข้มงวดควบคู่ไปกับการแสวงหานวัตกรรมใหม่ๆ

แม้ว่า Claude จะมีบทบาทสำคัญในการค้นหาข้อมูล แต่ทาง Anthropic ยืนยันว่าการทดลองทางกายภาพทั้งหมดไม่ได้ปล่อยให้ AI ทำงานตามลำพัง โดยห้องปฏิบัติการในพื้นที่เบย์อารีย์ตั้งค่าความปลอดภัยไว้ที่ระดับ BSL-1 และ BSL-2 เท่านั้น ไม่มีการจัดการกับเชื้อโรคที่ติดต่อสู่มนุษย์ และงานในห้องแล็บทุกขั้นตอนยังคงปฏิบัติโดยนักวิทยาศาสตร์ที่เป็นมนุษย์

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าการบูรณาการ AI เข้ากับการวิจัยทางชีววิทยาไม่ใช่เรื่องใหม่เสียทีเดียว เนื่องจากสถาบันอื่นๆ เช่น มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด, มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานฟรานซิสโก (UCSF) ที่ใช้ AI ออกแบบเอนไซม์ และ Google ที่พัฒนา AlphaFold ต่างก็มีผลงานในลักษณะนี้เช่นกัน

ที่มา: TechCrunch

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้