Global Gender Gap Report 2026: ไทยพุ่ง 11 อันดับสู่อันดับ 55
WEF เผยรายงานครบรอบ 20 ปี ไทยขยับขึ้นอันดับ 55 ของโลกและที่ 3 อาเซียน โดดเด่นด้วยสัดส่วนผู้บริหารสูงสุดหญิง 64.8% สูงสุดจาก 132 เศรษฐกิจ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- โลกต้องรออีก 120 ปีจึงจะปิดช่องว่างทางเพศได้สมบูรณ์ ตามรายงาน Global Gender Gap Report 2026 ของ WEF
- ประเทศไทยขยับขึ้น 11 อันดับ มาอยู่อันดับ 55 ของโลก และเป็นอันดับ 3 ของอาเซียน
- ไทยครองแชมป์สูงสุดจาก 132 เศรษฐกิจ ด้วยสัดส่วนบริษัทเอกชนที่มีผู้หญิงเป็นผู้บริหารสูงสุดถึง 64.8%
- ไอซ์แลนด์ครองอันดับ 1 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 17 ด้วยคะแนน 93% เป็นประเทศเดียวที่ทะลุ 90%
โลกยังคงต้องใช้เวลาอีกราว 1.2 ศตวรรษ หรือประมาณ 120 ปี กว่าความเท่าเทียมทางเศรษฐกิจ การศึกษา สุขภาพ และการเมืองระหว่างผู้หญิงและผู้ชายจะถูกปิดลงอย่างสมบูรณ์ ข้อเท็จจริงดังกล่าวถูกเปิดเผยผ่าน Global Gender Gap Report 2026 ฉบับครบรอบ 2 ทศวรรษจาก World Economic Forum (WEF) ซึ่งทำการประเมินครอบคลุม 145 เศรษฐกิจทั่วโลก โดยผลสำรวจล่าสุดระบุว่าคะแนนเฉลี่ยทั่วโลกสามารถปิดช่องว่างทางเพศได้เพียง 69.2% เท่านั้น และยังไม่มีประเทศใดบรรลุความเท่าเทียมอย่างเบ็ดเสร็จ
ในรอบ 20 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ปี 2006 โจทย์ความเท่าเทียมได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง แม้ผู้หญิงจะเข้าถึงระบบการศึกษาและตลาดแรงงานได้มากขึ้น ทว่าข้อมูลชุดใหม่จาก LinkedIn และ World Bank ชี้ให้เห็นว่าอุปสรรคด่านต่อไปคือการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำ การเข้าถึงสายงาน AI ที่มีค่าตอบแทนสูง และการมีอำนาจกำหนดทิศทางการลงทุน ซึ่งหลายภาคส่วนยังคงหยุดชะงัก
สำหรับประเทศไทยถือว่าทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในรายงานฉบับนี้ โดยทะยานขึ้น 11 อันดับมาอยู่ที่ 55 ของโลก และรั้งอันดับ 3 ของภูมิภาคอาเซียน ยิ่งไปกว่านั้น ข้อมูลรายประเทศยังเผยให้เห็นตัวเลขสถิติที่น่าสนใจอย่างยิ่งเมื่อภาคธุรกิจไทยสร้างสถิติระดับโลก
ดัชนีชี้วัดของ WEF ครอบคลุม 4 มิติหลัก ได้แก่ โอกาสทางเศรษฐกิจ การศึกษา สุขภาพ และอำนาจทางการเมือง ผ่าน 14 ตัวชี้วัด โดยใช้เกณฑ์คำนวณจากสัดส่วนของผู้หญิงหารด้วยผู้ชาย เพื่อสะท้อนขนาดของช่องว่างที่ถูกปิดไปแล้ว คะแนนจะอยู่ระหว่าง 0 ถึง 1 และหากฝ่ายหญิงมีสัดส่วนเหนือกว่า คะแนนจะถูกจำกัดไว้ที่ 1 เนื่องจากดัชนีมุ่งเน้นวัดความเท่าเทียม ไม่ใช่การให้คะแนนพิเศษแก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
"โจทย์ของความเท่าเทียมเปลี่ยนไปแล้ว สองทศวรรษที่ผ่านมาผู้หญิงเข้าถึงห้องเรียนและตลาดแรงงานได้มากขึ้นจริง แต่ด่านต่อไปคือใครได้ขึ้นเป็นผู้นำ"
World Economic Forum
เมื่อเจาะลึกในแต่ละมิติ พบว่าโลกมีความเหลื่อมล้ำสูงมาก โดยมิติการศึกษาสามารถปิดช่องว่างได้สูงสุดถึง 96.9% รองลงมาคือมิติสุขภาพที่ 96.2% ทว่ามิติทางเศรษฐกิจเพิ่งปิดไปได้เพียง 61.7% ซึ่งประเมินว่าจะต้องใช้อีก 129 ปีจึงจะสำเร็จ ส่วนมิติการเมืองรั้งท้ายด้วยตัวเลข 22.1% และอาจต้องใช้เวลานานถึง 194 ปี
การที่มิติการศึกษาและสุขภาพมีความก้าวหน้าเข้าใกล้ความสมบูรณ์ สะท้อนว่าการลงทุนขั้นพื้นฐานในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาสัมฤทธิผล แต่วิกฤตที่แท้จริงในปัจจุบันอยู่ที่ 'โครงสร้างอำนาจระดับสูง' เช่น การเมืองและผู้บริหารระดับ C-Suite ซึ่งสะท้อนว่าปัญหาความไม่เท่าเทียมได้ย้ายฐานจากเรื่องสิทธิการเข้าถึง ไปสู่เรื่องการครอบครองอำนาจตัดสินใจและทรัพยากรทางการเงิน

ภาพโดย Product School / Unsplash
ในส่วนของตารางคะแนนระดับโลก ไอซ์แลนด์ยังคงรักษาแชมป์อันดับ 1 ติดต่อกันเป็นปีที่ 17 ด้วยคะแนนสูงถึง 93% และเป็นประเทศเดียวที่ทะลุ 90% ตามมาด้วยฟินแลนด์ (87.2%) และนอร์เวย์ (85.7%) ขณะที่กลุ่มประเทศยุโรปครองพื้นที่ถึง 7 ใน 10 อันดับแรก ด้านภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ซึ่งประเทศไทยเป็นสมาชิก ทำสถิติทะลุ 70% เป็นครั้งแรกที่ 70.3% แต่ยังต้องใช้เวลาอีก 144 ปีจึงจะปิดช่องว่างได้ทั้งหมด
ที่มา: Techsauce
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น