Contentful CMS: บทเรียนจากการปรับโครงสร้างเว็บ
ถอดบทเรียนจากโครงการ AES และ CrewAI ในการใช้ Contentful จัดการเนื้อหา แยกส่วนการเผยแพร่ และเลือกเก็บระบบเดิมไว้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- AES และ CrewAI ใช้ Contentful จัดการ CMS คนละรูปแบบ
- AES เน้นความอิสระของทีมงาน ลดเวลาอัปเดตจากวันเป็นนาที
- CrewAI ใช้ส่วนประกอบคอมโพเนนต์ร่วมกับ Ghost และ GraphQL
- การย้ายระบบไม่ต้องเปลี่ยนทุกอย่าง เลือกเฉพาะส่วนที่จำเป็น
การปรับปรุงเว็บไซต์โดยใช้ระบบจัดการเนื้อหาแบบ Headless CMS อย่าง Contentful ให้ประสบความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับการติดตั้งระบบเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการออกแบบโครงสร้างเนื้อหาและการแบ่งขอบเขตการทำงานที่ชัดเจนระหว่างทีมกองบรรณาธิการและทีมวิศวกร ซึ่งสะท้อนผ่านผลงานการพัฒนาเว็บไซต์ให้แก่สององค์กร ได้แก่ Addiction Education Society (AES) และ CrewAI ที่มีโจทย์และความท้าทายแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
สำหรับ Addiction Education Society หรือ AES โจทย์หลักคือความอิสระในการทำงานของเจ้าหน้าที่องค์กรไม่แสวงหากำไร ที่ต้องการอัปเดตข้อมูลทรัพยากร เรื่องราว และหน้าเว็บไซต์หลักได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องพึ่งพานักพัฒนาซอฟต์แวร์ ทีมงานได้สร้างโมเดลเนื้อหาเฉพาะสำหรับประเภทข้อมูลเหล่านี้ ส่งผลให้ระยะเวลาในการเผยแพร่เนื้อหาลดลงจากเดิมที่ต้องใช้เวลาหลายวันเหลือเพียงแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น ช่วยให้องค์กรสามารถจัดการกับโครงการที่มีเงื่อนไขเวลาจำกัดได้อย่างคล่องตัว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในขณะเดียวกัน โครงการของ CrewAI มีความต้องการด้านการจัดวางองค์ประกอบหน้าที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น เนื่องจากเว็บไซต์เดิมไม่สามารถรองรับการเติบโตได้ ทีมงานจึงออกแบบคอมโพเนนต์ที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ใน Figma เช่น ส่วนหัวฮีโร่ ส่วนแสดงราคา ตารางฟีเจอร์ โมดูลสถิติ และเนื้อหาแบบแท็บ โดยเชื่อมโยงแต่ละคอมโพเนนต์เข้ากับโมเดลโครงสร้างใน Contentful นักการตลาดจึงสามารถประกอบหน้าเว็บจากบล็อกเหล่านี้ได้อย่างอิสระ ขณะที่ฝั่งนักพัฒนาสามารถเรนเดอร์เลย์เอาต์ผ่าน GraphQL ด้วยความปลอดภัยของประเภทข้อมูลที่แม่นยำ
การใช้งาน Headless CMS เช่น Contentful แสดงให้เห็นว่าโมเดลข้อมูลทำหน้าที่เสมือนสัญญาข้อตกลงระหว่างฝ่ายกองบรรณาธิการและฝ่ายวิศวกรรม หากออกแบบโครงสร้างไม่รัดกุม องค์กรอาจพบปัญหาความยุ่งยากในการใช้งาน แต่หากวางแผนล่วงหน้าอย่างรอบคอบ ระบบจะช่วยจัดการทั้งเรื่องการทำ SEO การวิเคราะห์ข้อมูล และการบูรณาการระบบเข้าด้วยกันได้อย่างราบรื่น
จุดเด่นอีกประการหนึ่งของการปรับปรุงระบบทั้งสองโครงการคือการรักษาโครงสร้างพื้นฐานเดิมที่มีประโยชน์ไว้ โดยกรณีของ AES เลือกที่จะคงระบบการเรียนรู้ออนไลน์บน WordPress ไว้เช่นเดิม เพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องระบบล่มหรือฟังก์ชันการทำงานสูญหาย พร้อมกับเปิดตัวแพลตฟอร์มการตลาดใหม่ที่สร้างด้วย Astro และ Contentful ควบคู่กันไป ทำให้ผู้ใช้งานยังคงเข้าถึงโปรแกรมการศึกษาเดิมได้ต่อเนื่องภายใต้โดเมนเดียวกัน ขณะที่ทีมงานภายในได้รับสิทธิ์ควบคุมเนื้อหาหน้าเว็บไซต์สาธารณะอย่างเต็มรูปแบบ
"การย้ายระบบไม่ต้องเปลี่ยนทุกเครื่องมือ เลือกย้ายเฉพาะงานที่สถาปัตยกรรมใหม่ตั้งใจจะปรับปรุงให้ดีขึ้นเท่านั้น"
ทีมพัฒนา Made by Monogramในส่วนของ CrewAI ทีมงานได้เลือกแนวทางผสมผสานที่แตกต่างออกไป โดยเปลี่ยนไปใช้โครงสร้างส่วนประกอบใน Contentful แต่ยังคงใช้งานแพลตฟอร์ม Ghost สำหรับการเขียนบทความของกองบรรณาธิการ เพื่อไม่ให้กระทบต่อขั้นตอนการทำงานเดิมที่ทีมเขียนคุ้นเคย โดยมีระบบอัตโนมัติคอยแปลงบทความที่เผยแพร่จาก Ghost ให้กลายเป็นร่างบทความ (Draft) ใน Contentful โดยอัตโนมัติ เพื่อให้ทีมการตลาดตรวจสอบ เพิ่มเมตาดาต้า และจัดตารางเวลาเผยแพร่ต่อไป
กระบวนการทำงานในลักษณะนี้ช่วยสร้างเส้นแบ่งที่ชัดเจนระหว่างผู้สร้างสรรค์เนื้อหาและผู้ตัดสินใจเผยแพร่ โดยสถานะร่างเนื้อหาทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญที่ป้องกันไม่ให้เกิดคอขวดในการทำงานหรือความผิดพลาดจากการเผยแพร่โดยไม่ผ่านการตรวจสอบ บทเรียนจากการสร้างทั้งสองเว็บไซต์นี้ชี้ให้เห็นว่า การเลือกใช้ CMS ควรเริ่มต้นจากการวิเคราะห์ขั้นตอนการส่งต่อเนื้อหาและประเภทของข้อมูลที่ต้องนำกลับมาใช้ซ้ำเป็นสำคัญ
ที่มา: Dev.to
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น