พรรคคอนเซอร์บัวทิฟเสนอตัดสิทธิผู้ว่างงานซื้อเหล้าบุหรี่
พรรคพรรคคอนเซอร์บัวทิฟเสนอมาตรการจำกัดการใช้จ่ายเงินช่วยเหลือผู้ว่างงานระยะยาว ห้ามซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ พร้อมลดเงิน 30%

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- พรรคคอนเซอร์บัวทิฟเสนอตัดงบสวัสดิการผู้ว่างงานนานเกิน 6 เดือน
- ห้ามใช้เงินช่วยเหลือซื้อแอลกอฮอล์ บุหรี่ และเล่นการพนัน
- เงินช่วยเหลือส่วนที่ถูกลดจะโอนเข้าบัตรพิเศษ Back to Work
- คาดช่วยลดงบสวัสดิการลงราว 538 ล้านปอนด์ต่อปี
พรรคคอนเซอร์บัวทิฟ (Conservatives) ของสหราชอาณาจักร ได้ออกมาประกาศข้อเสนอใหม่ในการปฏิรูประบบสวัสดิการแห่งรัฐ โดยมุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้ว่างงานระยะยาวที่มีความสามารถในการทำงานแต่ยังคงว่างงาน โดยพรรคระบุว่าผู้ที่ตกงานนานเกินหกเดือนและไม่มีประวัติการสมทบเงินเข้ากองทุนมากพอ จะเผชิญกับการถูกปรับลดเงินช่วยเหลือ Universal Credit ลงร้อยละ 30
ภายใต้แผนการดังกล่าว เงินช่วยเหลือในอัตราที่ถูกลดลงนี้จะถูกโอนเข้าสู่บัตรเฉพาะที่เรียกว่า "Back to Work" ซึ่งบัตรนี้จะถูกจำกัดไม่ให้สามารถกดออกมาเป็นเงินสดได้ และไม่สามารถนำไปใช้จ่ายในหมวดหมู่สินค้าฟุ่มเฟือยหรือสินค้าควบคุม เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ รวมถึงการเล่นการพนัน โดยมีเป้าหมายเพื่อจูงใจให้ประชาชนหันกลับมาทำงานและช่วยลดภาระงบประมาณด้านสวัสดิการที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ทางพรรคคอนเซอร์บัวทิฟประเมินว่ามาตรการดังกล่าวจะส่งผลให้ผู้รับเงินช่วยเหลือราว 350,000 คน ถูกปรับลดลงมาอยู่ในอัตรา Subsistence Allowance ซึ่งมีมูลค่าร้อยละ 70 ของอัตราปกติ และคาดว่าจะสามารถประหยัดงบประมาณแผ่นดินได้ประมาณ 538 ล้านปอนด์ต่อปี อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้จะยกเว้นให้กับผู้ที่มีประวัติการทำงานมาอย่างยาวนาน ผู้เจ็บป่วย ผู้พิการ และผู้ที่กำลังทำงานอยู่
ข้อเสนอดังกล่าวได้จุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางจากพรรคแรงงาน (Labour Party) โดยโฆษกพรรคแรงงานระบุว่าพรรคคอนเซอร์บัวทิฟมีเวลาถึง 14 ปีในการแก้ไขระบบสวัสดิการแต่กลับล้มเหลว และมาตรการบัตรใหม่นี้เป็นสิ่งที่ไม่สามารถปฏิบัติได้จริงในทางปฏิบัติ
"The Conservatives had 14 years to fix our welfare system but they completely failed to make meaningful reforms."
โฆษกพรรคแรงงาน
ข้อเสนอนี้สะท้อนถึงความพยายามของพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสหราชอาณาจักรที่ต้องการกดดันรัฐบาลเรื่องการใช้จ่ายภาครัฐ โดยเฉพาะงบสวัสดิการสังคมที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นแตะ 408.6 พันล้านปอนด์ภายในปี 2030/31 การจำกัดประเภทสินค้าผ่านบัตรดิจิทัลหรือบัตรเฉพาะกิจ (Welfare card) เป็นเครื่องมือทางนโยบายที่เคยถูกหยิบยกมาถกเถียงในหลายประเทศ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการช่วยเหลือผู้ยากลำบากและการป้องกันการพึ่งพิงรัฐเป็นเวลานาน แต่ก็มักเผชิญเสียงคัดค้านด้านสิทธิส่วนบุคคลและต้นทุนในการบริหารจัดการระบบ
ในขณะเดียวกัน องค์กรการกุศลต่อต้านความยากจนอย่าง Trussell ออกมาแสดงความกังวลว่ามาตรการนี้อาจทำให้สถานการณ์ของผู้ยากไร้เลวร้ายลง เนื่องจากปัจจุบันวงเงิน Universal Credit นั้นไม่เพียงพอต่อการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น ค่าอาหารและค่าความอบอุ่นในบ้านอยู่แล้ว ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากต้องพึ่งพาธนาคารอาหาร (food banks) ทั่วประเทศ
ที่มา: BBC Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น