Meta เปิดตัว Muse Charm อุปกรณ์สวมใส่สไตล์ทามาก็อตจิ
Meta เปิดตัว Muse Charm อุปกรณ์ AI แบบพกพาขนาดเท่าฝ่ามือ มีหน้าจอแสดงผลดิจิทัลอวาตาร์ชื่อ Jolly ช่วยเชื่อมต่อผู้ใช้กับ AI ส่วนบุคคล Muse

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Meta เปิดตัว Muse Charm อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะทรงโทเท็มขนาดเท่าฝ่ามือ
- ตัวเครื่องมาพร้อมหน้าจอจิ๋วแสดงผลดิจิทัลอวาตาร์ตัวการ์ตูนชื่อ Jolly
- ออกแบบมาให้มีกลิ่นอายคล้ายทามาก็อตจิเพื่อเชื่อมต่อกับ AI ส่วนบุคคล Muse
- ผู้ใช้สามารถพกพาในกระเป๋าหรือห้อยพวงกุญแจเพื่อสั่งการและทำภารกิจต่างๆ
ในขณะที่อุปกรณ์สวมใส่ประเภท AI amulet หรือจี้ห้อยคออัจฉริยะมักถูกมองว่าเป็นเรื่องน่าเบื่อหรือทำให้นึกถึงอุปกรณ์อย่าง Friend แต่ล่าสุด Meta กลับกระโจนลงมาเล่นในตลาดนี้ด้วยการเปิดตัวฮาร์ดแวร์ใหม่ในชื่อ Muse Charm ซึ่งเป็นอุปกรณ์สวมใส่ชิ้นล่าสุดที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงและเชื่อมต่อกับ Muse ซึ่งเป็นส่วนตัว AI ยอดนิยมของบริษัทได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น
สำหรับ Muse Charm ถูกพัฒนาขึ้นให้มีลักษณะเป็นโทเท็มขนาดเท่าฝ่ามือ โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อผ้าหรือนำไปคล้องกับพวงกุญแจก็ได้ ตัวฮาร์ดแวร์มาพร้อมกับหน้าจอขนาดเล็กจิ๋วที่ทำหน้าที่แสดงผลภาพดิจิทัลอวาตาร์สุดน่ารัก ซึ่งภายในบริษัทเรียกขานกันในชื่อว่า Jolly ผู้ใช้งานสามารถพูดคุยสื่อสารกับอุปกรณ์ชิ้นนี้ได้โดยตรง และตัวระบบจะคอยช่วยเหลือจัดการงานต่างๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
แนวคิดเบื้องหลังแกดเจ็ตชิ้นนี้มีความคล้ายคลึงกับของเล่นยอดฮิตในอดีตอย่างทามาก็อตจิ ด้วยความที่เป็นอุปกรณ์น้ำหนักเบาและเต็มไปด้วยคาแรคเตอร์เฉพาะตัว ซึ่งถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อรักษาสายสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้กับซอฟต์แวร์ของ Meta เอาไว้ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังนับเป็นก้าวสำคัญของยักษ์ใหญ่โซเชียลมีเดียในการทดลองตลาดฮาร์ดแวร์ AI แบบความเสี่ยงต่ำ ควบคู่ไปกับการขยายฐานผู้ใช้งานระบบ AI ส่วนบุคคลให้เข้าถึงผู้คนจำนวนมากได้ง่ายยิ่งขึ้น
การที่ Meta เลือกดีไซน์ Muse Charm ให้มีกลิ่นอายแบบทามาก็อตจิ สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการลดความอึดอัดหรือความจริงจังในการใช้งาน AI สวมใส่แบบเดิมๆ ที่มักอยู่ในรูปของเข็มกลัดหรือจี้โลหะ การสร้างตัวละครอวาตาร์ดิจิทัลอย่าง Jolly ขึ้นมาช่วยสร้างความผูกพันทางจิตวิทยาและทำให้เทคโนโลยีดูเข้าถึงง่ายขึ้น ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญในการผลักดันให้ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคทั่วไป
ที่มา: TechCrunch
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น