Disney+ และ Hulu ประกาศขึ้นค่าบริการสูงสุด 13 เปอร์เซ็นต์
Disney+ และ Hulu ปรับขึ้นค่าบริการรายเดือนแพ็กเกจไร้โฆษณาแพงขึ้นสูงสุดถึง 13 เปอร์เซ็นต์ หลังจากที่บริษัททำกำไรพุ่งสูงขึ้นเป็นเท่าตัว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Disney+ และ Hulu ปรับขึ้นราคาแพ็กเกจสตรีมมิ่งสูงสุด 13 เปอร์เซ็นต์
- การปรับราคาครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากผลกำไรของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า
- แพ็กเกจแบบไม่มีโฆษณาของ Disney+ มีราคาแพงกว่าคู่แข่งอย่าง Netflix แล้ว
วอลต์ ดิสนีย์ (Walt Disney) ได้ประกาศปรับขึ้นราคาค่าบริการสตรีมมิ่งสำหรับแพ็กเกจไร้โฆษณาของทั้ง Disney+ และ Hulu ขึ้นสูงสุดถึง 13 เปอร์เซ็นต์ การขยับราคาครั้งล่าสุดนี้สร้างความฮือฮาในอุตสาหกรรมบันเทิงสตรีมมิ่งเป็นอย่างมาก เนื่องจากเกิดขึ้นไล่เลี่ยกับการรายงานตัวเลขผลกำไรที่เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดจนถึงขั้นเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าตัว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
จากการปรับโครงสร้างราคาในรอบนี้ ส่งผลให้แพ็กเกจแบบไม่มีโฆษณาของ Disney+ มีอัตราค่าบริการที่สูงกว่าคู่แข่งรายสำคัญในตลาดอย่าง Netflix เรียบร้อยแล้ว ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ด้านราคาครั้งสำคัญของแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งค่ายยักษ์ใหญ่รายนี้ในการบริหารจัดการรายได้ท่ามกลางภาวะการแข่งขันที่ดุเดือด
การที่บริการสตรีมมิ่งอย่าง Disney+ และ Hulu กล้าตัดสินใจขึ้นราคาทั้งที่ทำกำไรได้เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว สะท้อนถึงความพยายามในการรีดเค้นผลตอบแทนสูงสุดจากฐานสมาชิกที่มีอยู่ และลดการพึ่งพารายได้จากการอุดหนุนราคาเพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่เหมือนในอดีต นอกจากนี้ การที่ราคาสูงกว่า Netflix อาจทำให้ผู้บริโภคเริ่มเปรียบเทียบความคุ้มค่าและปริมาณคอนเทนต์อย่างละเอียดมากขึ้นในการตัดสินใจต่ออายุสมาชิก
การปรับขึ้นราคาครั้งนี้ครอบคลุมถึงแผนบริการรายเดือนในสหรัฐอเมริกาและตลาดหลักบางแห่ง โดยผู้ใช้งานจำเป็นต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นเพื่อให้สามารถรับชมคอนเทนต์โปรดได้โดยไม่มีโฆษณาคั่นเหมือนที่ผ่านมา ท่ามกลางกระแสความไม่พอใจของกลุ่มผู้บริโภคบางส่วนที่มองว่าราคาค่าบริการสตรีมมิ่งในปัจจุบันพุ่งสูงเกินความจำเป็นแล้ว
ที่มา: Ars Technica
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น