Accor เผยกลยุทธ์ขยายธุรกิจโรงแรมในเอเชียด้วยโมเดลที่ต่างกัน
Accor เดินหน้าขยายกิจการในเอเชียด้วยกลยุทธ์เฉพาะตัวในแต่ละประเทศ โดยตั้งเป้าเพิ่มโรงแรมในจีนเป็น 1,600 แห่ง และเติบโตอย่างก้าวกระโดดในเวียดนาม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Accor ปรับกลยุทธ์ขยายธุรกิจโรงแรมในเอเชียให้แตกต่างกันตามแต่ละตลาด
- ตั้งเป้าเพิ่มโรงแรมในจีนเป็น 1,600 แห่ง จับมือ H World และขยายฐานสมาชิก
- เวียดนามเติบโตสูงด้วยการร่วมมือกับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่อย่าง Sun Group
- เอเชียแปซิฟิกครองสัดส่วน 49% ของการเปิดห้องพักรวมทั่วโลกในปี 2025
กลุ่มธุรกิจโรงแรมยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Accor กำลังเดินหน้าขยายอาณาจักรในทวีปเอเชียครั้งใหญ่ แต่บริษัทยืนยันว่าจะไม่ใช้สูตรสำเร็จเดียวกันในทุกประเทศ เนื่องจากแต่ละตลาดมีความท้าทายและโอกาสที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยมี ดันแคน โอรูร์ค (Duncan O'Rourke) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายตะวันออกกลาง แอฟริกา และเอเชียแปซิฟิก เป็นผู้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สำคัญนี้
ในตลาดประเทศจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญ Accor เลือกที่จะผนึกกำลังอย่างใกล้ชิดกับ H World ผู้ประกอบการท้องถิ่นรายใหญ่ เพื่อผลักดันเป้าหมายเพิ่มจำนวนโรงแรมในเครือให้เติบโตขึ้นเท่าตัว สู่ระดับ 1,600 แห่งภายในระยะเวลาหกปีข้างหน้า โดยการเติบโตราวครึ่งหนึ่งจะมาจากการร่วมมือดังกล่าว ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มจำนวนที่พัก แต่ยังเชื่อมโยงระบบสะสมคะแนนสมาชิกของทั้งสองค่ายที่มีฐานสมาชิกรวมกันมากกว่า 400 ล้านรายเข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มยอดจองห้องพักจากนักท่องเที่ยวจีนเข้าสู่เครือข่ายทั่วโลกให้สูงขึ้น 15% ถึง 20%

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ขณะเดียวกัน ทิศทางในประเทศเวียดนามกลับมีแรงขับเคลื่อนที่แตกต่างออกไป โดยเติบโตอย่างรวดเร็วผ่านกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศ นำโดยความร่วมมือกับ Sun Group ในการเซ็นสัญญาห้องพักเกือบ 6,000 ห้อง ครอบคลุมจุดหมายปลายทางยอดนิยมอย่างเกาะฟู้โกว๊กและเมืองดานัง ภายใต้แบรนด์โรงแรมหลากหลายระดับตั้งแต่ Sofitel ไปจนถึง TRIBE นอกจากนี้ Accor ยังมองหาพาร์ทเนอร์รายใหม่ๆ ในประเทศอินเดีย พร้อมทั้งใช้กลยุทธ์การแปลงสภาพโรงแรมเดิม (conversions) และการให้แฟรนไชส์ (franchising) เพื่อเจาะตลาดโรงแรมที่มีอยู่แล้วทั่วภูมิภาคเอเชีย
กลยุทธ์การใช้โมเดลธุรกิจที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ (Multi-local strategy) ถือเป็นแนวทางสำคัญของเชนโรงแรมระดับโลกในยุคปัจจุบัน เนื่องจากข้อจำกัดและพฤติกรรมของผู้บริโภคในแต่ละตลาดเอเชียมีความเฉพาะตัวสูง การพึ่งพาพาร์ทเนอร์ท้องถิ่นที่มีความเชี่ยวชาญและเครือข่ายแข็งแกร่งอย่าง H World ในจีน หรือกลุ่มทุนอสังหาฯ รายใหญ่ในเวียดนาม ช่วยให้ Accor สามารถลดความเสี่ยงในการลงทุนเองทั้งหมด พร้อมทั้งเร่งอัตราการเติบโต (Scale) ได้รวดเร็วกว่าการใช้โมเดลมาตรฐานแบบดั้งเดิม
ในแง่ของผลการดำเนินงานโดยรวม Accor สามารถเซ็นสัญญาห้องพักใหม่ในเอเชียได้เกือบ 11,000 ห้องเมื่อปีที่ผ่านมา โดยราว 70% ของจำนวนดังกล่าวอยู่ในกลุ่มโรงแรมระดับกลาง (midscale) และระดับประหยัด (economy) นอกจากนี้ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 49% ของการเปิดห้องพักรวมทั้งหมดของบริษัทในปี 2025 ขณะที่ค่าธรรมเนียมสิ่งจูงใจเครื่องหมายการค้าพื้นฐานต่อห้อง (base trademark incentive fee per room) สำหรับสัญญาบริหารจัดการแห่งใหม่ ปรับตัวสูงขึ้น 15% ถึง 20% ด้วยเช่นกัน
"จีน, อินเดีย, เวียดนาม เป็นตลาดที่ใหญ่มากสำหรับพวกเรา"
ดันแคน โอรูร์ค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายตะวันออกกลาง แอฟริกา และเอเชียแปซิฟิก
ดันแคน โอรูร์ค ยอมรับถึงความเสี่ยงจากการกระจุกตัว (concentration risk) ในการพึ่งพาพาร์ทเนอร์รายใหญ่เพียงไม่กี่ราย แต่ระบุว่าขั้นตอนต่อไปของการเติบโตจะมุ่งเน้นไปที่ตลาดนักเดินทางเพื่อธุรกิจ เมืองรอง และโรงแรมระดับหรู (luxury) มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งย้ำว่าการเติบโตผ่านระบบแฟรนไชส์และการแปลงสภาพโรงแรมไม่ได้ทำให้ Accor ละทิ้งกลุ่มตลาดพรีเมียมและลักชัวรีในเอเชียแต่อย่างใด
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น