Barry Diller ถอนข้อเสนอซื้อ MGM Resorts มูลค่า 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์
People Inc. ของ Barry Diller ตัดสินใจถอนข้อเสนอเทคโอเวอร์ MGM Resorts มูลค่าราว 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์แล้ว ท่ามกลางดีมานด์ลาสเวกัสที่ชะลอตัว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- People Inc. ถอนข้อเสนอซื้อ MGM Resorts มูลค่าราว 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์
- People ยังคงถือหุ้นในสัดส่วน 27% และเปิดกว้างสำหรับทางเลือกอื่นในอนาคต
- ดีมานด์ในลาสเวกัสชะลอตัวลง โดยอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยลดลง 4% ในไตรมาสสอง
People Inc. หรือที่รู้จักกันในชื่อเดิมว่า IAC ได้ตัดสินใจถอนข้อเสนอในการซื้อกิจการ MGM Resorts International อย่างเป็นทางการแล้ว โดยดีลดังกล่าวเคยถูกประเมินมูลค่าไว้สูงถึงราว 18,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจะส่งผลให้เครือคาสิโนยักษ์ใหญ่รายนี้ยังคงสถานะเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่อไปตามเดิม
ก่อนหน้านี้ ทางบริษัท People ได้สะสมหุ้นใน MGM จนมีสัดส่วนสูงถึง 27% นับตั้งแต่ช่วงปี 2020 ที่ราคาหุ้นปรับตัวลดลงจากสถานการณ์ล็อกดาวน์โรคระบาด และได้เตรียมแผนที่จะเข้าซื้อหุ้นส่วนที่เหลือทั้งหมดเพื่อให้กิจการกลายเป็นบริษัทเอกชน แต่ล่าสุด Barry Diller ประธานและผู้บริหารระดับสูงของ People ระบุว่าองค์ประกอบต่างๆ ยังเข้าไม่
- People Inc. ถอนตัวจากการเสนอซื้อหุ้นส่วนที่เหลือของ MGM Resorts
- คงสัดส่วนการถือหุ้นเดิมไว้ที่ 27% ตั้งแต่ปี 2020
- MGM ยังคงเดินหน้ากิจการในฐานะบริษัทมหาชนต่อไป
ด้านคณะกรรมการบริหารของ MGM Resorts ได้ออกมาชี้แจงว่าพวกเขายังคงมีความพร้อมและตื่นเต้นที่จะบริหาร MGM Resorts ในฐานะบริษัทอิสระต่อไป ขณะที่ Barry Diller ซึ่งปัจจุบันนั่งเป็นบอร์ดบริหารของ MGM และเคยเป็นผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง Expedia, Hotels.com, Tripadvisor และ Hotwire ยืนยันว่าทางบริษัทจะยังคงเปิดกว้างสำหรับความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในอนาคต
ช่วงเวลาในการตัดสินใจครั้งนี้ถือว่ามีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากปัจจุบัน MGM ควบคุมสัดส่วนห้องพักบนลาสเวกัสสตริปมากถึง 40% แต่สถานการณ์ความต้องการของนักท่องเที่ยวในลาสเวกัสกลับเริ่มอ่อนตัวลง โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เน้นความคุ้มค่า ส่งผลให้อัตราการเข้าพักในไตรมาสที่สองทรงตัว และอัตราค่าห้องพักเฉลี่ย (ADR) ปรับตัวลดลง 4%

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การถอนตัวของ Barry Diller สะท้อนให้เห็นความระมัดระวังท่ามกลางความท้าทายในตลาดการท่องเที่ยวสหรัฐฯ การที่ MGM ครองส่วนแบ่งห้องพักสูงในลาสเวกัสทำให้ความผันผวนของราคาห้องพักมีผลต่อกำไรโดยตรง การเจรจาในอนาคตจึงต้องรอจังหวะที่ตลาดฟื้นตัวและมีความชัดเจนด้านกำลังซื้อมากกว่านี้
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น