แว่นอัจฉริยะ Ray-Ban Meta รุ่นไร้กล้อง แก้ปัญหาละเมิดความเป็นส่วนตัว
Meta เปิดตัว Ray-Ban Meta Audio แว่นตาอัจฉริยะไร้กล้อง ราคาถูกลง น้ำหนักเบา แบตอึดขึ้น หวังแก้ข้อครหาเรื่องการแอบถ่ายและคุกคาม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Meta เปิดตัว Ray-Ban Meta Audio แว่นอัจฉริยะรุ่นใหม่ที่ไม่มีกล้องเพื่อแก้ปัญหาความเป็นส่วนตัว
- ตัวแว่นยังคงมีฟังก์ชันเสียง ทั้งโทรศัพท์และฟังเพลง ราคาถูกลง เฟรมเบาขึ้น และแบตอึดกว่าเดิม
- EssilorLuxottica บริษัทแม่ของ Ray-Ban ทำยอดขายแว่นรุ่นมีกล้องเดิมได้ถึง 7 ล้านชิ้นในปีที่ผ่านมา
- นักเคลื่อนไหวอย่าง Liz Hunter ยังคงเรียกร้องให้มีการออกกฎระเบียบควบคุมการใช้แว่นอัจฉริยะอย่างเข้มงวด
ในปี 2023 Meta ได้ร่วมมือกับแบรนด์แว่นตาดังอย่าง Ray-Ban ในการปล่อยแว่นตาอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วยระบบ AI ออกสู่ตลาด ซึ่งในเวลานั้นได้จุดกระแสเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วง เนื่องจากมีรายงานหลายชิ้นระบุว่าอุปกรณ์ดังกล่าวถูกนำไปใช้แอบถ่ายคลิปวิดีโอเด็กผู้หญิงและผู้หญิงโดยไม่ได้รับความยินยอม ก่อนจะนำภาพเหล่านั้นไปเผยแพร่ต่อบนโลกออนไลน์ จนหลายคนพากันขนานนามแว่นรุ่นนี้ว่าแว่นโรคจิต
ล่าสุดในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ทาง Meta ได้ฤกษ์เปิดตัวแว่นตารุ่นใหม่ภายใต้ชื่อ Ray-Ban Meta Audio ซึ่งมีความแตกต่างจากรุ่นก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิงตรงที่มันจะไม่มีการติดตั้งกล้องถ่ายรูปมาให้เลยแม้แต่น้อย โดยอุปกรณ์รุ่นนี้จะยังคงรักษาความสามารถด้านเสียงของรุ่นดั้งเดิมไว้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการโทรศัพท์หรือฟังเพลง ที่เสียงจะถูกส่งตรงเข้าสู่ช่องหูของผู้สวมใส่ แต่ตัดประเด็นกังวลเรื่องการละเมิดความเป็นส่วนตัวออกไปได้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในมุมมองของคนในวงการเทคโนโลยี การขยับตัวครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจ และอาจเป็นการตอบสนองต่อกระแสต่อต้านเรื่องความเป็นส่วนตัวที่โหมกระหน่ำใส่บริษัท

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การออกผลิตภัณฑ์ไร้กล้องในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีเริ่มตระหนักถึงแรงกระแทกจากสังคมและปัญหาการยอมรับของผู้บริโภค การเลือกตัดฟังก์ชันที่สุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลออกไป ถือเป็นแนวทางบริหารความเสี่ยงที่ชาญฉลาดในการขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ที่ยังลังเลใจ
ทางฝั่งผู้บริหารระดับสูงอย่าง Ankit Brahmbhatt หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์แว่นตาของ Meta ได้ปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่าบริษัทรีบเร่งเข็นแว่นรุ่นใหม่ออกมาเพื่อดับกระแสความโกรธเกรี้ยวของประชาชน โดยยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้ใช้เวลาพัฒนาต่อเนื่องยาวนานถึง 2 ปีเต็ม นอกจากนี้รุ่นที่รองรับเฉพาะระบบเสียงยังมีราคาจำหน่ายที่ถูกกว่ารุ่นพี่ฝาแฝดที่มีกล้อง มีกรอบแว่นที่เบากว่า และให้ระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้นกว่าเดิม
"We have, I think, something for everyone"
Ankit Brahmbhatt
แม้ทาง Meta จะยอมรับกลายๆ ว่ามีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานหลากหลายกลุ่ม แต่ความกังวลใจของสังคมก็ยังคงอยู่ โดย Liz Hunter ผู้ก่อตั้งองค์กรและคุณแม่ที่เคยยื่นคำร้องให้มีการออกกฎหมายควบคุมแว่นอัจฉริยะอย่างเร่งด่วน ได้แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง และเสนอความเห็นว่าอุปกรณ์ลักษณะนี้ควรจำกัดให้ใช้งานเฉพาะผู้พิการทางสายตาเท่านั้น ไม่ควรปล่อยให้บุคคลทั่วไปหาซื้อมาสวมใส่ตามอำเภอใจ
ที่มา: BBC Business
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น