ElevenLabs เผยรายได้ทะยาน 600 ล้านดอลลาร์ พร้อมมูลค่าบริษัทแตะ 2.2 หมื่นล้าน
เจาะลึกบทสัมภาษณ์ซีอีโอ ElevenLabs ในงาน TechCrunch Disrupt 2026 เผยตัวเลข ARR 600 ล้านดอลลาร์ และเป้าหมายการผ่าน Turing Test ด้านเสียง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ElevenLabs มีรายได้ต่อปี (ARR)พุ่งแตะ 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ลูกค้าระดับองค์กรและธุรกิจขนาดใหญ่คิดเป็นสัดส่วนกว่า 55% ของธุรกิจทั้งหมด
- บริษัทกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเสนอขายหุ้น IPO ในอนาคตข้างหน้า
- วางเป้าหมายเป็นผู้ให้บริการรายแรกที่ผ่าน Turing Test สำหรับการสนทนาด้วย AI
ในงาน TechCrunch Disrupt 2026 ที่ผ่านมา Connie Loizos บรรณาธิการบริหาร ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ผู้บริหารระดับสูงของ ElevenLabs สตาร์ตอัพผู้พัฒนาเทคโนโลยีแปลงข้อความให้เป็นเสียงพูดที่มีความสมจริงสูง ซึ่งปัจจุบันมีรายงานว่าบริษัทมีมูลค่ากิจการสูงถึง 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเทคโนโลยีของบริษัทถูกนำไปใช้เบื้องหลังระบบบริการลูกค้าทางโทรศัพท์ขององค์กรใหญ่หลายแห่ง
ตัวอย่างการใช้งานที่โดดเด่น ได้แก่ Klarna ซึ่งให้บริการสนับสนุนลูกค้าทางโทรศัพท์สำหรับผู้ใช้ในสหรัฐอเมริกากว่า 35 ล้านราย รวมถึงบริษัทระดับโลกอย่าง Deutsche Telekom, Cisco, Adobe และหน่วยงานรัฐบาลหลายแห่งทั่วโลก นอกจากนี้ แพลตฟอร์มยังให้บริการแก่ครีเอเตอร์สำหรับการทำหนังสือเสียง การพากย์เสียง และเสียงดนตรี

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
เมื่อสอบถามถึงสถานะทางธุรกิจในปัจจุบัน ผู้บริหารระบุว่าบริษัททำรายได้ประจำปีหรือ ARR อยู่ที่ 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยกว่า 55% มาจากกลุ่มลูกค้าองค์กรแบบคลาสสิก ส่วนที่เหลืออีกราว 45% เป็นกลุ่มธุรกิจขนาดย่อมและขนาดกลาง (SMBs) นักพัฒนา และครีเอเตอร์
"What we’d love to do, and be the first ones to do, is pass the Turing test for conversational AI. You need to combine intelligence, but you also need emotional intelligence."
CEO of ElevenLabs
ในประเด็นเรื่องความท้าทายทางเทคโนโลยี ทางซีอีโอยอมรับว่าโมเดลเสียงยังคงต้องใช้เวลาพัฒนาอีก 3 ถึง 5 ปีเพื่อให้ช่องว่างด้านคุณภาพแคบลง และเป้าหมายสูงสุดคือการผ่าน Turing Test สำหรับการสนทนา ซึ่งต้องอาศัยทั้งความฉลาดทั่วไปและความฉลาดทางอารมณ์ที่สามารถปรับระดับเสียงหรือจังหวะการพูดตามคู่สนทนาได้
การที่ ElevenLabs สามารถขยายฐานลูกค้าไปยังหน่วยงานภาครัฐ เช่น โครงการระบบนัดหมายแพทย์ในโปแลนด์ที่ช่วยลดปัญหาผู้ป่วยไม่มาตามนัดหมาย 18% สะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยีเสียง AI ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความบันเทิง แต่กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของภาครัฐในการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการบริการประชาชน พร้อมกับความท้าทายในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล (Data Residency)
ที่มา: TechCrunch
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น