Meta วางแผนฝัง Muse AI ลงทุกอุปกรณ์ด้วยความน่ารัก
Victoria Song จาก The Verge วิเคราะห์เบื้องหลังความน่ารักของมาสคอต Muse AI จาก Meta ที่ถูกออกแบบมาเพื่อครอบงำผู้ใช้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- มาสคอต Muse AI ของ Meta ถูกออกแบบมาให้มีความน่ารักขั้นสุดเพื่อดึงดูดผู้ใช้งาน
- วิคตอเรีย ซอง จาก The Verge ระบุว่าความน่ารักนี้ทำให้เธอยอมแชร์ข้อมูลส่วนตัวมากขึ้น
- มาสคอตตัวนี้จะถูกฝังอยู่ในแว่นตาอัจฉริยะและอุปกรณ์สวมใส่ตัวใหม่ที่ชื่อว่า Charm
- กลยุทธ์การใช้อะนิเมะและมาสคอตน่ารักสร้างความไว้วางใจให้กับผู้ใช้อย่างแนบเนียน
วิคตอเรีย ซอง ซีเนียร์รีวิวเวอร์ด้านอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะจาก The Verge ได้เผยแพร่บทความผ่านจดหมายข่าว Optimizer โดยพูดถึงมาสคอตปัญญาประดิษฐ์ Muse ของ Meta ที่กำลังถูกผลักดันให้เข้าไปอยู่ในทุกซอกทุกมุมของชีวิตผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน การดูแลสุขภาพ หรือเป้าหมายความสัมพันธ์ส่วนตัว โดยเธอสารภาพว่าตอนแรกเธอรู้สึกเฉยๆ กับแผนการออกกำลังกายที่ AI ตัวนี้ร่างขึ้นมาให้สำหรับการวิ่ง 5 กิโลเมตรต่ำกว่า 30 นาทีและการสร้างกล้ามเนื้อที่หายไป
อย่างไรก็ตาม ทัศนคติของเธอก็ต้องเปลี่ยนไปเมื่อได้สบตากับหน้าตาของเจ้า AI ตัวดังกล่าวที่แปลงร่างเป็นขนมปังรูปแมวหน้าตาคล้ายตัวละคร Kirby โดยอ้างอิงจากข้อมูลในอีเมลของเธอ ความน่ารักระดับนี้ทำให้เธอยอมเปิดเผยข้อมูลสุขภาพส่วนตัวเพิ่มขึ้นไปอีกเพื่อให้ระบบปรับปรุงคำแนะนำให้ดีขึ้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอพยายามหลีกเลี่ยงการใช้งาน Muse มาโดยตลอดตั้งแต่มันเปิดตัวเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านั้น

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ความพยายามหลบเลี่ยงสิ้นสุดลงเมื่อเธอเดินทางไปร่วมงาน Meta Connect และพบกับเจ้ามาสคอตแก้มชมพูขนสีงาช้างตัวนี้บนทุกหน้าจอ โดยซีทีโอของ Meta อย่าง Andrew Bosworth ได้อวดโฉม Muse ของเขาที่ชื่อว่า Cooper ซึ่งสนักบินตัวจิ๋วและมีการยกแขนป้อมๆ ขึ้นโบกทักทาย ทำเอาเธอนึกหมั่นไส้ในความน่ารักจนอยากจะบีบหน้ามันให้รู้แล้วรู้รอด
"I WANT TO SQUISH ITS LITTLE FACE."
Victoria Song
สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงเมื่อพบกับคัทเอาต์กระดาษขนาดเท่าคนจริงของมาสคอตตัวนี้ ซึ่งซีอีโอ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก เปิดเผยว่ามันมีชื่อว่า Jolly โดยเจ้า Jolly นี้ถูกวางไว้ตามจุดเด่นต่างๆ ทั่วสำนักงานใหญ่ของ Meta คู่กับแว่นตาอัจฉริยะรุ่นต่างๆ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้ทดลองใช้งานเทคโนโลยีทั้งสองอย่างควบคู่กันไปในหลากหลายสถานการณ์จำลอง
กลยุทธ์การใช้ความน่ารักหรือที่ในวัฒนธรรมญี่ปุ่นเรียกว่า คาวาอี้ (Kawaii) ถือเป็นจิตวิทยาขั้นสูงที่บริษัทเทคโนโลยีนิยมนำมาใช้เพื่อลดความหวาดระแวงของผู้บริโภคต่อเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ การแปลง AI ให้มีรูปลักษณ์เป็นสัตว์หรือตัวการ์ตูนช่วยสร้างความรู้สึกเป็นมิตรและหลอกสมองส่วนสัญชาตญาณความเป็นพ่อแม่ให้ยอมรับเทคโนโลยีเข้ามาในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่การยินยอมเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวโดยไม่รู้ตัว
แผนการของ Meta คือการนำ Muse AI ไปใส่ไว้ในแว่นตาอัจฉริยะทุกรุ่น รวมถึงอุปกรณ์สวมใส่เดี่ยวๆ ชิ้นใหม่ที่มีชื่อว่า Charm ซึ่งผสมผสานระหว่างนาฬิกาอัจฉริยะตัวหนา Humane AI Pin และทามาก็อตจิ เพื่อให้ผู้ใช้พกพาความน่ารักนี้ไปได้ทุกหนทุกแห่ง แม้คนส่วนใหญ่จะมองว่าการที่ Meta ยัดเยียด AI เข้าไปในทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเรื่องที่น่ากลัว แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ารอยยิ้มของเจ้า Jolly นั้นทรงพลังพอที่จะทำให้มุมปากของผู้พบเห็นต้องขยับตาม
ที่มา: The Verge
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น