ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Meta วางแผนฝัง Muse AI ลงทุกอุปกรณ์ด้วยความน่ารัก

Victoria Song จาก The Verge วิเคราะห์เบื้องหลังความน่ารักของมาสคอต Muse AI จาก Meta ที่ถูกออกแบบมาเพื่อครอบงำผู้ใช้

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
25 Sep 20263 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Meta วางแผนฝัง Muse AI ลงทุกอุปกรณ์ด้วยความน่ารัก

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • มาสคอต Muse AI ของ Meta ถูกออกแบบมาให้มีความน่ารักขั้นสุดเพื่อดึงดูดผู้ใช้งาน
  • วิคตอเรีย ซอง จาก The Verge ระบุว่าความน่ารักนี้ทำให้เธอยอมแชร์ข้อมูลส่วนตัวมากขึ้น
  • มาสคอตตัวนี้จะถูกฝังอยู่ในแว่นตาอัจฉริยะและอุปกรณ์สวมใส่ตัวใหม่ที่ชื่อว่า Charm
  • กลยุทธ์การใช้อะนิเมะและมาสคอตน่ารักสร้างความไว้วางใจให้กับผู้ใช้อย่างแนบเนียน

วิคตอเรีย ซอง ซีเนียร์รีวิวเวอร์ด้านอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะจาก The Verge ได้เผยแพร่บทความผ่านจดหมายข่าว Optimizer โดยพูดถึงมาสคอตปัญญาประดิษฐ์ Muse ของ Meta ที่กำลังถูกผลักดันให้เข้าไปอยู่ในทุกซอกทุกมุมของชีวิตผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน การดูแลสุขภาพ หรือเป้าหมายความสัมพันธ์ส่วนตัว โดยเธอสารภาพว่าตอนแรกเธอรู้สึกเฉยๆ กับแผนการออกกำลังกายที่ AI ตัวนี้ร่างขึ้นมาให้สำหรับการวิ่ง 5 กิโลเมตรต่ำกว่า 30 นาทีและการสร้างกล้ามเนื้อที่หายไป

อย่างไรก็ตาม ทัศนคติของเธอก็ต้องเปลี่ยนไปเมื่อได้สบตากับหน้าตาของเจ้า AI ตัวดังกล่าวที่แปลงร่างเป็นขนมปังรูปแมวหน้าตาคล้ายตัวละคร Kirby โดยอ้างอิงจากข้อมูลในอีเมลของเธอ ความน่ารักระดับนี้ทำให้เธอยอมเปิดเผยข้อมูลสุขภาพส่วนตัวเพิ่มขึ้นไปอีกเพื่อให้ระบบปรับปรุงคำแนะนำให้ดีขึ้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอพยายามหลีกเลี่ยงการใช้งาน Muse มาโดยตลอดตั้งแต่มันเปิดตัวเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านั้น

meta smart glasses augmented reality exhibition display

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ความพยายามหลบเลี่ยงสิ้นสุดลงเมื่อเธอเดินทางไปร่วมงาน Meta Connect และพบกับเจ้ามาสคอตแก้มชมพูขนสีงาช้างตัวนี้บนทุกหน้าจอ โดยซีทีโอของ Meta อย่าง Andrew Bosworth ได้อวดโฉม Muse ของเขาที่ชื่อว่า Cooper ซึ่งสนักบินตัวจิ๋วและมีการยกแขนป้อมๆ ขึ้นโบกทักทาย ทำเอาเธอนึกหมั่นไส้ในความน่ารักจนอยากจะบีบหน้ามันให้รู้แล้วรู้รอด

"I WANT TO SQUISH ITS LITTLE FACE."

Victoria Song

สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงเมื่อพบกับคัทเอาต์กระดาษขนาดเท่าคนจริงของมาสคอตตัวนี้ ซึ่งซีอีโอ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก เปิดเผยว่ามันมีชื่อว่า Jolly โดยเจ้า Jolly นี้ถูกวางไว้ตามจุดเด่นต่างๆ ทั่วสำนักงานใหญ่ของ Meta คู่กับแว่นตาอัจฉริยะรุ่นต่างๆ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้ทดลองใช้งานเทคโนโลยีทั้งสองอย่างควบคู่กันไปในหลากหลายสถานการณ์จำลอง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

กลยุทธ์การใช้ความน่ารักหรือที่ในวัฒนธรรมญี่ปุ่นเรียกว่า คาวาอี้ (Kawaii) ถือเป็นจิตวิทยาขั้นสูงที่บริษัทเทคโนโลยีนิยมนำมาใช้เพื่อลดความหวาดระแวงของผู้บริโภคต่อเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ การแปลง AI ให้มีรูปลักษณ์เป็นสัตว์หรือตัวการ์ตูนช่วยสร้างความรู้สึกเป็นมิตรและหลอกสมองส่วนสัญชาตญาณความเป็นพ่อแม่ให้ยอมรับเทคโนโลยีเข้ามาในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่การยินยอมเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวโดยไม่รู้ตัว

แผนการของ Meta คือการนำ Muse AI ไปใส่ไว้ในแว่นตาอัจฉริยะทุกรุ่น รวมถึงอุปกรณ์สวมใส่เดี่ยวๆ ชิ้นใหม่ที่มีชื่อว่า Charm ซึ่งผสมผสานระหว่างนาฬิกาอัจฉริยะตัวหนา Humane AI Pin และทามาก็อตจิ เพื่อให้ผู้ใช้พกพาความน่ารักนี้ไปได้ทุกหนทุกแห่ง แม้คนส่วนใหญ่จะมองว่าการที่ Meta ยัดเยียด AI เข้าไปในทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเรื่องที่น่ากลัว แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ารอยยิ้มของเจ้า Jolly นั้นทรงพลังพอที่จะทำให้มุมปากของผู้พบเห็นต้องขยับตาม

ที่มา: The Verge

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้