Meta VR Glasses เปิดตัวแว่น VR ราคา $1,299 น้ำหนักเบา 100 กรัม
Meta เปิดตัว Meta VR Glasses แว่น VR น้ำหนักเพียง 100 กรัม ราคา $1,299 ท้าชน Apple Vision Pro พร้อมฟีเจอร์ฉายคีย์บอร์ดเสมือนลงบนโต๊ะ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Meta VR Glasses เปิดตัวในราคา $1,299 หรือราว 46,000-47,000 บาท
- ตัวแว่นหนักเพียง 100 กรัม แยกชิปและแบตเตอรี่ไปไว้ที่ Compute Puck
- เพิ่มฟีเจอร์ Touch Typing ฉายแป้นพิมพ์เสมือนบนโต๊ะพิมพ์งานได้ทันที
- พร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในช่วงใบไม้ผลิปี 2027
ในงาน Meta Connect ที่ผ่านมา Mark Zuckerberg และทีมผู้บริหาร Meta ได้สร้างความฮือฮาให้กับวงการเทคโนโลยีอีกครั้งด้วยการเปิดตัว Meta VR Glasses อุปกรณ์ VR เจนเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดที่ออกแบบมาเพื่อเจาะกลุ่มคนทำงานและสายเอ็นเตอร์เทนเมนต์อย่างเต็มตัว โดยชูจุดเด่นเรื่องความเบาสบายและราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าคู่แข่งรายใหญ่ในตลาดอย่างชัดเจน
ปัญหาเรื่องน้ำหนักและความเกะกะถือเป็นอุปสรรคชิ้นโตของแว่น VR มาโดยตลอด แต่ในรุ่นนี้ Meta แก้เกมด้วยการใช้สถาปัตยกรรมแยกส่วน (Split Architecture) โดยย้ายชิปประมวลผล พัดลมระบายอากาศ และแบตเตอรี่ ออกจากตัวแว่นไปใส่ไว้ในตลับขนาดพกพาที่เรียกว่า Compute Puck ซึ่งมีน้ำหนัก 300 กรัม ผู้ใช้งานสามารถเหน็บไว้ที่กระเป๋ากางเกงหรือวางไว้บนโต๊ะได้อย่างสะดวกสบาย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ผลลัพธ์จากการย้ายฮาร์ดแวร์ดังกล่าวทำให้ตัวแว่น Meta VR Glasses มีน้ำหนักเหลือเพียง 100 กรัมเท่านั้น ซึ่งเบากว่า Apple Vision Pro ที่มีน้ำหนัก 600-700 กรัมถึง 6 เท่า และยังเบากว่า Meta Quest 3S ถึง 5 เท่า มาในดีไซน์ทรงแว่นกันแดดไซส์ใหญ่ สวมใส่ได้นานโดยไม่กดทับใบหน้าหรือทำให้เสียทรงผม
ด้านฟีเจอร์การใช้งาน นอกจากการกางหน้าหลายจอในอากาศและการดูหนังบนจอเสมือนแล้ว Meta ยังได้เพิ่มความสามารถใหม่ที่ตอบโจทย์การทำงาน ได้แก่ Touch Typing หรือคีย์บอร์ดเสมือนบนโต๊ะ ซึ่งตัวแว่นสามารถฉายแป้นพิมพ์และแทร็กแพดลงบนพื้นผิวโต๊ะจริงเพื่อให้ผู้ใช้นิ้วเคาะพิมพ์งานได้ฟีลลิ่งใกล้เคียงกับการใช้งาน iPad รวมถึงโหมด Photorealistic Holograms ที่ใช้ AI สร้างร่างจำลองสเกลจริงของผู้ใช้ในการประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ให้มีความสมจริงสูงสุด
"เราทุกคนรู้ดีว่า Apple ตีโจทย์พลาดเรื่องน้ำหนัก เพราะไม่มีใครสามารถใส่เจ้าสิ่งนั้นบนหน้าได้นานๆ มันไม่ใช่แว่นตา แถมใส่แล้วยังดูตลกอีกต่างหาก"
Andrew Bosworth, CTO ของ Meta
ในส่วนของความบันเทิง อุปกรณ์รุ่นนี้มาพร้อมกล้อง 6 ตัวรองรับระบบ Full-color Passthrough แสดงผลโลกจริงเป็นภาพสีแบบเรียลไทม์ เปิดตัวพร้อมเกมที่สั่งการด้วยมือเปล่ามากกว่า 75 เกม และยังจับมือกับค่ายหนังอย่าง Disney+ และ Peacock นำภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์อย่าง Avatar, Avengers: Infinity War และ Star Wars มาให้รับชมผ่านฟีเจอร์ VR Enhanced Cinema ที่ช่วยขยายแสงและเอฟเฟกต์รอบขอบจอให้ออกมาฟุ้งกระจายทั่วห้อง
การเปิดตัว Meta VR Glasses ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านกลยุทธ์ของ Meta จากเดิมที่ยอมขายฮาร์ดแวร์ในราคาขาดทุนเพื่อเน้นเก็บรายได้จาก App Store สู่การตั้งราคาที่ $1,299 ซึ่งทำให้แผนก Reality Labs สามารถทำกำไรได้ตั้งแต่การขายตัวเครื่อง การแยกฮาร์ดแวร์ออกเป็น Compute Puck ไม่เพียงช่วยแก้ปัญหาเรื่องน้ำหนัก แต่ยังเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้การสวมใส่แว่น VR ในชีวิตประจำวันใกล้เคียงความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น
แม้วันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการจะถูกกำหนดไว้ในช่วงใบไม้ผลิปี 2027 และราคาดังกล่าวอาจจะยังสูงสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป แต่นี่คือสัญญาณเตือนครั้งใหญ่ที่บังคับให้คู่แข่งอย่าง Apple ต้องกลับไปทำการบ้านอย่างหนักเพื่อรับมือกับโจทย์เรื่องความคุ้มค่าและน้ำหนักที่เบาลงในอนาคต
ที่มา: Techsauce
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น