Jensen Huang เปรย AI ต้องสร้างความเจ็บปวดก่อนแก้โลกร้อน
Jensen Huang ซีอีโอ Nvidia เปรียบ AI เหมือนการผ่าตัดที่ต้องทำร้ายก่อนช่วยชีวิต พร้อมยอมรับต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเพิ่มขึ้น

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Jensen Huang ซีอีโอ Nvidia เปรียบ AI เหมือนการผ่าตัดที่ต้องสร้างความเจ็บปวดก่อนรักษา
- เขายอมรับว่าจำเป็นต้องใช้พลังงานฟอสซิลเพิ่มขึ้นเพราะพลังงานสะอาดยังไม่พอ
- ความเห็นดังกล่าวสะท้อนมุมมองเร่งรัดการพัฒนาท่ามกลางวิกฤตสภาพภูมิอากาศ
- ที่ดินของ Huang บนเกาะเม้าอิรอดพ้นจากไฟป่าปี 2023 แต่สร้างความขัดแย้งเรื่องทรัพยากร
เจ็นเซ่น หวง (Jensen Huang) ซีอีโอของ Nvidia ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับอนาคตของพลังงานและผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ที่มีต่อโลกของเรา ในรายการพอดแคสต์ The Ezra Klein Show โดยมีการเปรียบเทียบที่ชวนให้คิดถึงวายร้ายในภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่
ในบทสัมภาษณ์ดังกล่าว หวงระบุว่า AI จะเข้ามาช่วยต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ แต่ต้องแลกมากับการสร้างความเจ็บปวดและทุกข์ทรมานอย่างมหาศาลเสียก่อน ซึ่งแนวคิดเร่งรัดการพัฒนานี้มีความคล้ายคลึงกับคำกล่าวของผู้นำทางเทคโนโลยีหลายรายรวมถึงโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มักให้สัญญาว่า AI จะเป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติจนคุ้มค่ากับความเสียหายที่เกิดจากศูนย์ข้อมูลที่ยังต้องใช้พลังงานสกปรกในปัจจุบัน
ความเหลื่อมล้ำระดับสูงของหวงปรากฏชัดเจนในบทสัมภาษณ์ แม้เขาจะยอมรับว่าผู้คนจะต้องเผชิญกับความเจ็บปวดจากไฟป่า น้ำท่วม และมลพิษทางอากาศ แต่มหาเศรษฐีที่มีทรัพย์สินสุทธิประมาณ 192,600 ล้านดอลลาร์รายนี้กลับไม่ต้องแบกรับต้นทุนมลพิษที่โรงงานผลิตชิปและศูนย์ข้อมูลของบริษัทตัวเองสร้างขึ้น
"It’s kind of like, in order to save you, they’ve got to hurt you first — that’s the nature of surgery. They’ve got to cut you open to save you. They’ve got to inflict an enormous amount of pain and suffering on you so that they can save you. And so I think AI’s kind of like that."
Jensen Huang
คำพูดดังกล่าวทำให้หลายคนนึกถึงตัวละครทานอสจากจักรวาล Marvel ที่เชื่อว่าทรัพยากรมีจำกัด และการทำลายล้างประชากรครึ่งหนึ่งจะทำให้โลกใบใหม่ฟื้นตัวได้ดีขึ้น โดยหวงยังระบุเพิ่มเติมด้วยว่า ในช่วงหลายปีข้างหน้าเราจำเป็นต้องใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลต่อไปเพราะพลังงานยั่งยืนยังมีไม่เพียงพอ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การออกมาให้สัมภาษณ์ในลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างทางความคิดระหว่างผู้ทรงอิทธิพลในอุตสาหกรรม AI กับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจริงในระดับมหภาค การที่ศูนย์ข้อมูลและฮาร์ดแวร์ปัญญาประดิษฐ์ต้องการพลังงานมหาศาลสวนทางกับเป้าหมายความยั่งยืนระดับโลก ทำให้เกิดคำถามสำคัญเกี่ยวกับการยอมรับความสูญเสียระยะสั้นเพื่อแลกกับเทคโนโลยีในอนาคต
ประเด็นเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมนี้เชื่อมโยงมายังพื้นที่ส่วนตัวของหวงเองด้วย โดยเขาเคยซื้อบ้านมูลค่า 7.5 ล้านดอลลาร์บนเกาะเม้าอิ รัฐฮาวาย ตั้งแต่ปี 2004 ซึ่งต่อมาเกาะแห่งนี้เผชิญกับเหตุการณ์ไฟป่าครั้งใหญ่ในปี 2023 แม้บ้านของเขาจะรอดพ้นจากความเสียหายและครอบครัวหวงจะบริจาคเงินช่วยเหลือท้องถิ่น แต่เหตุการณ์ดังกล่าวก็จุดประเด็นความขัดแย้งเรื่องการถือครองที่ดินหรูและการใช้น้ำของมหาเศรษฐีในชุมชนท้องถิ่น
ที่มา: The Verge
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น