ทดสอบ Apple Watch Series 12 ปะทะ Garmin วัดชีพจร
เจาะลึกผลทดสอบ Apple Watch Series 12 และ Garmin Forerunner 570 ผ่านการวิ่ง พายเรือ และเวทเทรนนิ่ง เปรียบเทียบความแม่นยำเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ทดสอบ Apple Watch Series 12 และ Garmin Forerunner 570 พร้อมกันบนข้อมือทั้งสองข้าง
- ใช้สายคาดอกวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจเป็นค่าอ้างอิงมาตรฐานในการทดสอบ
- ทดสอบผ่านการวิ่งบนลู่วิ่ง วิ่งเทรล พายเรือ และเวทเทรนนิ่ง
- ผลชี้ Apple Watch พัฒนาขึ้นมาก ไม่ล้าหลังคู่แข่งเรื่องความแม่นยำอีกต่อไป
การทดสอบสมาร์ตวอทช์รุ่นล่าสุดระหว่าง Apple Watch Series 12 และ Garmin Forerunner 570 ถูกจัดขึ้นโดยผู้ทดสอบที่สวมใส่อุปกรณ์ทั้งสองเรือนพร้อมกันบนข้อมือซ้ายและขวาตามคำแนะนำของผู้ผลิต พร้อมคาดสายวัดไฟฟ้าที่หน้าอกเพื่อให้เป็นค่าอ้างอิงมาตรฐาน โดยผู้ทดสอบมีผิวขาวและไม่มีรอยสักที่ข้อมือ ซึ่งช่วยให้เซ็นเซอร์รับสัญญาณได้อย่างชัดเจน รวมถึงมีขนาดข้อมือ 6 นิ้ว จึงเลือกใช้ตัวเรือนขนาด 42 มิลลิเมตรของทั้งสองแบรนด์เพื่อให้กระชับพอดีที่สุด
การทดลองครั้งนี้ครอบคลุมการออกกำลังกายหลายรูปแบบ เช่น การวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้า วิ่งเทรล พายเรือ และการยกน้ำหนักในยิม ซึ่งบางช่วงมีความเข้มข้นที่เปลี่ยน3แปลงอย่างรวดเร็วเพื่อให้เห็นกราฟพุ่งขึ้นและลดลงอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังทดสอบในสภาพอากาศและอุณหภูมิที่แตกต่างกัน เนื่องจากปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลต่อความแม่นยำของเซ็นเซอร์บนข้อมือได้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การเปรียบเทียบเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Rate Sensor) ระหว่าง Apple Watch และ Garmin ถือเป็นหัวข้อที่ผู้รักการออกกำลังกายให้ความสนใจมาโดยตลอด เนื่องจาก Garmin มีชื่อเสียงมายาวนานในด้านความแม่นยำของข้อมูลกีฬาเฉพาะทาง ขณะที่ Apple พยายามพัฒนาความสามารถด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่อง การที่รุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Series 12 ถูกยกระดับให้มีความแม่นยำทัดเทียมกัน จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในตลาดสมาร์ตวอทช์ออกกำลังกาย
ผลการทดสอบวิ่งบนลู่วิ่งและวิ่งเทรลพบว่า ทั้งสองรุ่นทำผลงานได้ดีแต่มีจุดบกพร่องที่แตกต่างกัน โดย Garmin มักจะมีอาการหน่วงเล็กน้อยในช่วงเริ่มต้นของช่วงความเข้มข้นสูงแต่จะรีบจับความเร็วทันที ส่วน Apple Watch ไม่มีปัญหาเรื่องความหน่วงแต่บางครั้งกลับพลาดการบันทึกค่าสูงสุดในช่วงที่ชีพจรพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีโอกาสขาดหายของข้อมูลในช่วงต้นของการออกกำลังกายมากกว่า
ที่มา: Lifehacker
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น