ชัยชนะ จี้ กทม. เร่งตรวจผับ-KTV ดัดแปลงตึก สกัดเสี่ยงถล่ม
นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องผู้ว่าฯ กทม. สั่งทุกเขตตรวจอาคารดัดแปลงเป็นสถานบันเทิง หวั่นโครงสร้างไม่ปลอดภัย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จี้ผู้ว่าฯ กทม.
- สั่งการให้สำนักงานเขตทุกแห่งเร่งตรวจสอบอาคารดัดแปลงเป็น KTV และผับ
- เน้นย้ำการตรวจสอบเชิงรุกเพื่อป้องกันปัญหาโครงสร้างอาคารไม่ปลอดภัยและเสี่ยงถล่ม
- มุ่งเน้นความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรกเพื่อป้องกันความสูญเสีย
เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายชัยชนะ เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และที่ปรึกษากรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ได้ออกมาเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ดำเนินการสั่งการไปยังผู้อำนวยการสำนักงานเขตทุกแห่ง ให้เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารและสถานประกอบการต่างๆ ที่มีการดัดแปลงสภาพอาคารเพื่อนำไปใช้ประกอบกิจการร้านคาราโอเกะ (KTV) ผับ หรือสถานบันเทิงในรูปแบบอื่น ๆ
การออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้สืบเนื่องมาจากความกังวลในเรื่องความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร โดยเฉพาะกลุ่มอาคารที่อาจเข้าข่ายดำเนินกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือมีการต่อเติมและปรับเปลี่ยนการใช้งานอาคารที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมาย ซึ่งนายชัยชนะมองว่าเจ้าหน้าที่ควรเร่งสำรวจเพื่อจำแนกให้ชัดเจนว่ามีสถานที่ใดบ้างที่มีการปรับปรุงต่อเติมโดยพลพละ และต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดหากพบการกระทำความผิด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
"เรื่องนี้ต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก เพราะการดัดแปลงอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้าง และนำไปสู่อุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ที่สร้างความสูญเสียต่อประชาชนได้" นายชัยชนะระบุถึงความสำคัญของการตรวจสอบอาคารเหล่านี้
การตรวจสอบอาคารดัดแปลงเพื่อใช้เป็นสถานบันเทิงถือเป็นประเด็นด้านความปลอดภัยสาธารณะที่มักถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงบ่อยครั้งในบริบทของเมืองใหญ่ เนื่องจากสถานบันเทิงมักมีการปรับเปลี่ยนพื้นที่ภายในเพื่อรองรับผู้คนจำนวนมาก การทุบกำแพง การต่อเติมชั้นลอย หรือการวางน้ำหนักอุปกรณ์เครื่องเสียงและระบบแสงสีเพิ่มเติม ล้วนเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อวิศวกรรมโครงสร้างเดิมของอาคาร หากดำเนินการโดยไม่ได้รับอนุญาตจากวิศวกรหรือหน่วยงานท้องถิ่น การทำงานเชิงรุกตามข้อเสนอจึงเป็นมาตรการสำคัญในการลดความเสี่ยงจากโศกนาฏกรรมที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต
นอกจากนี้ นายชัยชนะยังได้เน้นย้ำเพิ่มเติมว่า แนวทางการทำงานของกรุงเทพมหานครไม่ควรเป็นลักษณะการรอให้เกิดอุบัติเหตุหรือภัยพิบัติขึ้นเสียก่อนแล้วค่อยดำเนินการแก้ไข แต่ควรปรับเปลี่ยนเป็นการตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงในเชิงรุก โดยให้ทุกสำนักงานเขตทำการตรวจเช็กทั้งในส่วนของใบอนุญาตการใช้อาคาร สภาพโครงสร้างจริง และความสอดคล้องตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด เพื่อปิดช่องโหว่และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์อาคารถล่มซึ่งอาจสร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น