คปท. บุก กกต. จี้ทบทวนมติคดีฮั้ว สว. ขู่ฟ้องละเว้นหน้าที่
เมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2569 กลุ่ม คปท. นำโดยสนธิ ลิ้มทองกุล และพิชิต ชัยมงคล บุกสำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ จี้ทบทวนมติคดีฮั้ว สว.

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- กลุ่ม คปท. และแกนนำมวลชนบุกสำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ
- ยื่นหนังสือจี้ให้ทบทวนมติคดีฮั้วเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.)
- ขู่เตรียมขยายผลยื่นฟ้องดำเนินคดีข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
- ตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง ตรึงกำลังดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
สถานการณ์ทางการเมืองที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร เกิดความตื่นตัวขึ้นเมื่อกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) และมวลชนผู้สนับสนุน ได้เดินทางเข้ามาปักหลักชุมนุมบริเวณด้านหน้าอาคารสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อกดดันการทำงานขององค์กรอิสระแห่งนี้ โดยมีการนำรถขยายเสียงขนาด 6 ล้อ เข้ามาจอดตั้งเวทีปราศรัยวิพากษ์วิจารณ์การดำเนินงานของ กกต. อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 25 กันยายน 2569
ต่อมาเวลา 10.00 น. บรรยากาศการชุมนุมทวีความร้อนแรงยิ่งขึ้น เมื่อแกนนำแนวร่วมหลายรายเดินทางมาถึงสถานที่เพื่อสมทบกับมวลชน นำโดย นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.), นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินและอดีตโฆษกพันธมิตรฯ, นายนิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขา แกนนำกลุ่มประชาชนคนไทย, นายพิชิต ชัยมงคล แกนนำ คปท., และนายนัสเซอร์ ยีหมะ แกนนำ คปท. พร้อมด้วยเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อเตรียมยื่นหนังสือกล่าวโทษต่อคณะกรรมการ กกต. อย่างเป็นทางการ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ทางด้านมาตรการรักษาความปลอดภัยโดยรอบอาคารสำนักงาน กกต. เป็นไปอย่างรัดกุม ทางสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้องได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบเข้ามาตรึงกำลังคุมเข้ม พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกด้านการจราจร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์กระทบกระทั่งหรือความวุ่นวายท่ามกลางกลุ่มผู้ชุมนุมที่มารวมตัวกันหนาแน่น
การเคลื่อนไหวของกลุ่ม คปท. และเครือข่ายพันธมิตรในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันทางการเมืองที่พุ่งเป้าไปยังองค์กรอิสระอย่าง กกต. ในประเด็นกระบวนการตรวจสอบการเลือกตั้ง สว. ที่ผ่านมา ซึ่งถูกจับตาอย่างใกล้ชิดจากภาคประชาชน การขู่ดำเนินคดีข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 ถือเป็นเครื่องมือทางกฎหมายที่มักถูกหยิบยกมาใช้กดดันเจ้ารัฐในการบริหารคดีสำคัญ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเร่งรัดกระบวนการพิจารณาให้มีความคืบหน้าท่ามกลางข้อกังขาของสังคม
เป้าหมายหลักของการเดินทางมาในครั้งนี้คือการกดดันให้คณะกรรมการ กกต. ยอมทบทวนมติในคดีฮั้ว สว. ที่เคยวินิจฉัยไปแล้ว พร้อมทั้งยื่นคำขาดว่าหากยังเพิกเฉยหรือไม่มีความคืบหน้าในการดำเนินการ ทางกลุ่มเครือข่ายจะเดินหน้าขยายผลทางกฎหมายด้วยการยฟ้องร้องดำเนินคดีข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายต่อไป
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น