แผนขายหุ้นฟุตบอลโลกของ อินฟันติโน: ก้าวที่ไกลเกินไปหรือเดิมพันครั้งใหญ่?
ฟีฟ่าเตรียมแผนขายหุ้นการแข่งขันฟุตบอลโลกให้กลุ่มทุนเอกชนที่เชื่อมโยงกับโดนัลด์ ทรัมป์ ท่ามกลางเสียงคัดค้านและข้อกังขาจากแฟนบอลและนักการเมือง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- จานนี อินฟันติโน ประธานฟีฟ่า ผลักดันแผนขายหุ้นการแข่งขัน รวมถึงฟุตบอลโลก ให้กับกลุ่มทุนเอกชน
- ข้อเสนอมาพร้อมเงินสนับสนุน 40 ล้านดอลลาร์ให้แต่ละประเทศเพื่อพัฒนาวงการฟุตบอล
- ดีลนี้เกี่ยวข้องกับกองทุน Thrive Capital ซึ่งนำโดยจอห์น คุชเนอร์ น้องเขยของอิวานกา ทรัมป์
- ชาติสมาชิกต้องตัดสินใจภายในวันที่ 19 กันยายนนี้เพื่อรับเงินก้อนแรก 15 ล้านปอนด์
การเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดของ จานนี อินฟันติโน ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า (Fifa) กำลังสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ในวงการลูกหนังโลก เมื่อเขาเตรียมผลักดันแผนการขายหุ้นในรายการแข่งขันฟุตบอลต่างๆ รวมถึงฟุตบอลโลก ให้กับนักลงทุนเอกชน โดยผ่านเครือข่ายของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ซึ่งการประกาศดังกล่าวได้สร้างความโกรธแค้นและเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากแฟนบอล นักการเมือง และองค์กรฟุตบอลระดับภูมิภาคที่มองว่าเป็นการกระทำที่ล้ำเส้น
อินฟันติโน พยายามนำเสนอแผนการนี้ในฐานะการกระจายประชาธิปไตยสู่โลกฟุตบอล โดยชูจุดขายสำคัญคือการมอบเงินสนับสนุน 40 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 30 ล้านปอนด์ ให้แก่ทุกประเทศสมาชิกเพื่อนำไปใช้พัฒนาเกมกีฬาเมื่อข้อตกลงเสร็จสมบูรณ์ พร้อมกันนี้ เขายังได้กำหนดเส้นตายให้สมาคมฟุตบอลทั่วโลกตอบรับข้อเสนอภายในวันที่ 19 กันยายน หากต้องการเข้าถึงเงินงวดแรกจำนวน 20 ล้านดอลลาร์ หรือราว 15 ล้านปอนด์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ความเคลื่อนไหวนี้นับเป็นการเดิมพันที่กล้าหาญที่สุดในรอบทศวรรษของการดำรงตำแหน่งประธานฟีฟ่า โดยอินฟันติโนผู้มองตัวเองว่าเป็นผู้นำระดับโลกที่ทัดเทียมกับประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรี หวังว่าหากแผนการนี้ผ่านไปได้ จะช่วยผนึกกำลังอำนาจของตนเองในระยะยาว พร้อมทั้งทำให้นักลงทุนมีความมั่งคั่งขึ้นไปพร้อมกัน ท่ามกลางคำถามว่าทำไมเขาจึงกล้าดำเนินนโยบายที่ขัดแย้งเช่นนี้ คำตอบส่วนหนึ่งมาจากฐานเสียงที่เหนียวแน่นซึ่งเขาสั่งสมมาตั้งแต่ได้รับเลือกตั้งในปี 2016 โดยเฉพาะจากประเทศในแอฟริกา เอเชีย และอเมริกา ที่ได้รับผลประโยชน์ทางการเงินจากนโยบายต่างๆ ของเขา
การที่ฟีฟ่าซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรตามกฎหมายสวิตเซอร์แลนด์พิจารณาขายหุ้นการแข่งขันให้เอกชน ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญเชิงโครงสร้างที่น่ากังวล เพราะอาจทำให้ผลประโยชน์เชิงพาณิชย์เข้ามามีอิทธิพลเหนือคุณค่าทางกีฬาในระยะยาว แม้ว่าชาติสมาชิกขนาดเล็กจะมองเห็นเม็ดเงินมหาศาลตรงหน้า แต่ผลกระทบระยะยาวต่อรายได้และการบริหารจัดการทัวร์นาเมนต์ระดับโลกยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
อีกหนึ่งตัวแปรสำคัญคือความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างอินฟันติโนและโดนัลด์ ทรัมป์ โดยกองทุนการลงทุนที่ฟีฟ่ากำลังเจรจานั้นคือ Thrive Capital ซึ่งนำโดย จอห์น คุชเนอร์ น้องเขยของอิวานกา ทรัมป์ ที่ผ่านมาอินฟันติโนได้แสดงออกถึงความพยายามในการกระชับความสัมพันธ์กับทรัมป์มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการสร้างรางวัลสันติภาพมอบให้ การเปิดสำนักงานฟีฟ่าในทรัมป์ทาวเวอร์ หรือแม้กระทั่งการยอมให้เก็บถ้วยฟุตบอลสโมสรโลกไว้ในห้องทำงานรูปไข่ทำเนียบขาว
"การตัดสินใจว่าจะดำเนินการตามข้อเสนอเหล่านี้ต่อไปหรือไม่ เป็นของพวกท่านอย่างเต็มที่ แลกเปลี่ยนกับสิ่งเดียวที่ต้องการคือความทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม"
จานนี อินฟันติโน
แม้ว่าจะมีเสียงวิจารณ์ว่าฟีฟ่าดำเนินกระบวนการเจรจาอย่างลับๆ และข้ามหน้าข้ามตาหลายชาติ แต่โอกาสที่อินฟันติโนจะเพลี่ยงพล้ำจากเรื่องนี้มีค่อนข้างน้อย เนื่องจากคะแนนเสียงสนับสนุนส่วนใหญ่ยังคงอยู่กับเขา และข้อเสนอนี้ก็ย่อมมีความเย้ายวนใจสูงสำหรับชาติสมาชิกขนาดเล็กที่เม็ดเงิน 15 ล้านปอนด์มีความหมายเทียบเท่ากับงบประมาณรวมหลายปี อย่างไรก็ตาม การขายหุ้นในวันนี้อาจทำให้สูญเสียผลประโยชน์มหาศาลที่ฟุตบอลโลกควรจะได้รับในอนาคต

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ที่มา: BBC Sport
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น