Intrepid Travel 2026: ผู้ร่วมก่อตั้งหนุนเที่ยวใกล้บ้าน
Darrell Wade ผู้ร่วมก่อตั้ง Intrepid Travel เผยแผนลดปล่อยก๊าซคาร์บอน 8% ภายในปี 2030 ด้วยการเปลี่ยนมาเน้นทริัประยะใกล้ เช่น นิวเม็กซิโกแทนโมร็อกโก

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Intrepid Travel ชี้การท่องเที่ยวเน้นความหรูหราและเรือสำราญขนาดใหญ่อาจพลาดแก่นแท้ของการสัมผัสวัฒนธรรม
- บริษัทตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากการบินลง 8% ต่อคนต่อวันภายในปี 2030 เทียบจากฐานปี 2024
- กลยุทธ์สำคัญคือการปรับเปลี่ยนเส้นทางท่องเที่ยวให้ใกล้บ้านมากขึ้น เช่น เที่ยวนิวเม็กซิโกแทนการไปโมร็อกโก
- Intrepid ทุ่มงบ 2 ล้านดอลลาร์ต่อปีพัฒนานวัตกรรมลดคาร์บอนที่จับต้องได้จริง เช่น รถยนต์ไฟฟ้าในแอฟริกา
ในงาน Skift Global Forum Darrell Wade ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานบริษัท Intrepid Travel ได้ออกมาสะท้อนมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับทิศทางอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในปัจจุบัน โดยระบุว่ากระแสการเติบโตของเรือสำราญขนาดใหญ่และโรงแรมหรูหรากำลังเบี่ยงเบนความสนใจไปจากจุดประสงค์ที่แท้จริงของการเดินทาง ซึ่งก็คือการเรียนรู้วัฒนธรรมและปฏิสัมพันธ์กับผู้คนท้องถิ่นอย่างแท้จริง
Wade ได้ยกตัวอย่างเปรียบเทียบในอดีตว่า การเดินทางของผู้คนมักเป็นการก้าวเข้าสู่ดินแดนที่ไม่คุ้นเคยและมีความท้าทายเล็กน้อยเพื่อเปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ การเลือกพักผ่อนบนเรือสำราญที่มีผู้โดยสารนับเจ็ดพันคนและร้านอาหารนับสิบแห่ง อาจไม่ได้มอบประสบการณ์ที่ลึกซึ้งเท่ากับการออกไปสัมผัสวิถีชีวิตภายนอกที่มีตัวเลือกและเรื่องราวให้เรียนรู้อย่างไร้ขีดจำกัด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกเหนือจากเรื่องของประสบการณ์แล้ว ทาง Intrepid Travel ยังได้ยกระดับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมด้วยการประกาศเป้าหมายที่ท้าทายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากเที่ยวบินของผู้เดินทางลง 8% ต่อคนต่อวันภายในปี 2030 โดยเทียบกับฐานข้อมูลในปี 2024 ซึ่งมาตรการนี้ไปไกลกว่าข้อกำหนดมาตรฐานทั่วไปขององค์กรระดับสากลอย่าง Science Based Targets initiative เสียอีก
แนวทางหลักในการบรรลุเป้าหมายดังกล่าวคือการปรับเปลี่ยนรูปแบบการท่องเที่ยวให้มีระยะทางสั้นลงหรือใกล้บ้านมากขึ้น ตัวอย่างเช่น การแนะนำให้ลูกค้าชาวอเมริกันเปลี่ยนจากการเดินทางไปไกลถึงโมร็อกโก มาเป็นการสำรวจดินแดนในประเทศอย่างนิวเม็กซิโก หรือการเพิ่มจำนวนแพ็กเกจท่องเที่ยวในแถบอเมริกาเหนือและอเมริกากลางแทน
"ถ้าคุณมองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ ผู้คนเดินทางเพื่อไปสู่ความไม่รู้และมีความรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย เพื่อจะได้สัมผัสบางสิ่งบางอย่าง หากคุณอยู่บนเรือที่มีผู้โดยสาร 7,000 คน มีร้านอาหาร 20 แห่ง แต่มันจะได้อะไร ในเมื่อคุณมีร้านอาหารอีก 3,000 แห่งอยู่ข้างนอกนั้น?"
Darrell Wade, ผู้ร่วมก่อตั้งและประธาน Intrepid Travel
การปรับตัวของ Intrepid Travel สะท้อนให้เห็นถึงกระแส 'Slow Travel' และความพยายามแก้ปัญหา 'Overtourism' ที่กำลังเป็นโจทย์ใหญ่ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโลก การลดระยะเวลาและระยะทางในการเดินทางไม่เพียงแต่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากภาคการบินซึ่งเป็นสัดส่วนหลักเท่านั้น แต่ยังเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่นขนาดเล็กที่มักถูกมองข้าม รวมถึงช่วยลดแรงกดดันต่อเมืองท่องเที่ยวหลักที่กำลังเผชิญกับปัญหานักล้นเมืองอีกด้วย
นอกจากนี้ ทางผู้บริหารของ Intrepid ยังได้ปฏิเสธความเชื่อที่ว่าการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจะต้องมีราคาสูงเสมอไป จากการศึกษาข้อมูลการปล่อยก๊าซในแต่ละทริปพบว่า ต้นทุนราคาและความยั่งยืนไม่ได้วิ่งไปในทิศทางเดียวกันเสมอไป ลูกค้าจึงยังสามารถเข้าถึงการท่องเที่ยวที่มีความรับผิดชอบต่อโลกได้ในราคาที่เข้าถึงได้
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น