Cloudflare CEO Matthew Prince เผยบอท AI ครึ่งหนึ่งบนเว็บ
แมทธิว ปริ๊นซ์ ซีอีโอ Cloudflare เผยสถิติบอท AI ครองทราฟฟิกอินเทอร์เน็ตกว่าครึ่ง พร้อมแนะแนวทางบล็อกหรือเรียกเก็บเงินจากเครื่องมือ AI

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- แมทธิว ปริ๊นซ์ ซีอีโอ Cloudflare ร่วมพูดคุยในรายการพอดแคสต์ Decoder
- สถิติจากเดือนมิถุนายนชี้ว่าบอท AI มีสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของทราฟฟิกอินเทอร์เน็ตทั้งหมด
- Cloudflare ทำหน้าที่เป็นตัวกลางช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์เลือกบล็อก อนุญาต หรือเก็บเงิน AI บอทได้
- บริษัทปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่และนำ AI เข้ามาแทนที่พนักงานบางส่วน
ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์กำลังพลิกโฉมโลกดิจิทัล อินเทอร์เน็ตกลับต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่จากบรรดาบอทและเอเจนต์ AI ที่เข้ามาเก็บข้อมูลและทำกิจกรรมแทนมนุษย์ โดยในตอนล่าสุดของรายการพอดแคสต์ Decoder นิลาย พาเทล บรรณาธิการบริหาร ได้พูดคุยกับ แมทธิว ปริ๊นซ์ ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Cloudflare ถึงทิศทางและอนาคตของธุรกิจบนเว็บ
ย้อนกลับไปเมื่อสองปีครึ่งก่อน อินเทอร์เน็ตเคยเผชิญจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญมาแล้ว แต่ปัจจุบันสถานการณ์กลับทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นจากกระแส AI โดยข้อมูลจากการสำรวจของ Cloudflare ในเดือนมิถุนายนระบุว่า บอทต่างๆ มีสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของทราฟฟิกบนอินเทอร์เน็ตทั้งหมด และตัวเลขดังกล่าวก็ยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ด้วยตำแหน่งของ Cloudflare ที่วางตัวอยู่ตรงกลางระหว่างเว็บไซต์ต่างๆ กับบรรดาเอเจนต์ AI ทำให้บริษัทสามารถมอบอำนาจการควบคุมให้กับเจ้าของเว็บไซต์ได้ โดยเจ้าของเว็บสามารถเลือกได้ว่าจะบล็อกเครื่องมือ AI ทั้งหมด อนุญาตให้เข้าถึงได้ฟรี หรืออนุญาตเฉพาะ AI ที่ยอมจ่ายเงินแลกกับการเข้าถึงข้อมูลเท่านั้น
การที่บอท AI ครอบครองทราฟฟิกบนเว็บเกินครึ่งหนึ่งสะท้อนให้เห็นว่าโมเดลธุรกิจของอินเทอร์เน็ตกำลังเปลี่ยนผ่านจากการรองรับมนุษย์ไปสู่การประมวลผลอัตโนมัติ บทบาทของ Cloudflare ในฐานะผู้คุมประตูจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการปกป้องลิขสิทธิ์และสร้างรายได้ให้กับผู้ผลิตเนื้อหา
ไม่เพียงแต่โครงสร้างเว็บภายนอกเท่านั้น แต่ภายในของ Cloudflare เองก็ได้รับผลกระทบจาก AI เช่นกัน โดยในช่วงต้นปีที่ผ่านมาบริษัทได้ปลดพนักงานกว่าหนึ่งพันคนหรือคิดเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ของบริษัท พร้อมกันนี้ แมทธิว ปริ๊นซ์ ยังได้เขียนบทความแสดงความคิดเห็นลงใน Wall Street Journal ภายใต้หัวข้อเกี่ยวกับการเลือกพนักงานที่จะนำ AI มาทดแทน
"Cloudflare is trying to rebuild the internet the way it should have been built from the beginning if we knew how important it was going to be."
Matthew Prince
ปัจจุบันโครงข่ายของ Cloudflare ครอบคลุมกว่า 350 เมืองทั่วโลก พร้อมด้วยศูนย์ข้อมูลนับพันแห่ง เพื่อทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้กับแอปพลิเคชันและผู้ใช้งาน ตลอดจนช่วยให้ผู้พัฒนาสามารถขยายขีดความสามารถของแอปให้รองรับผู้ชมทั่วอินเทอร์เน็ตได้
ที่มา: The Verge
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น