PNOE เปิดตัวหน้ากากตรวจลมหายใจระดับห้องแล็บแบบบริการตนเอง
PNOE พัฒนาหน้ากากตรวจวัดทางเมตาบอลิกแบบพกพา ตรวจจับ 23 ไบโอมาร์กเกอร์โดยไม่ต้องอาศัยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- PNOE เปิดตัวหน้ากากตรวจวัดลมหายใจเวอร์ชันบริการตนเอง ไม่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญควบคุม
- อุปกรณ์สามารถตรวจจับไบโอมาร์กเกอร์ได้ถึง 23 ชนิด รวมถึง VO2 max และอัตราการเผาผลาญ
- ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ถอดแยกได้ ทำให้ผู้ใช้แชร์ฮาร์ดแวร์ร่วมกันแต่ใช้หน้ากากซิลิโคนส่วนตัว
- บริษัทมีพนักงาน 110 คน ทำกำไรแล้ว และเติบโตกว่าร้อยละ 100 ต่อปี
PNOE สตาร์ตอัปด้านสุขภาพอายุนศก 10 ปี กำลังยกระดับการตรวจสมรรถภาพร่างกายด้วยการพัฒนาหน้ากากตรวจลมหายใจเวอร์ชันบริการตนเอง ซึ่งถูกออกแบบมาให้ผู้ใช้งานสามารถสวมใส่และตรวจวัดค่าต่างๆ ได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญคอยควบคุมเหมือนอุปกรณ์รุ่นเดิมที่มีอยู่
การเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยปลดล็อกข้อจำกัดในการใช้งาน ทำให้สามารถนำไปติดตั้งตามฟิตเนสที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำ หรือแม้แต่ร้านขายยาได้ตามที่ Aetos Atsalakis ผู้ร่วมก่อตั้งระบุไว้ โดยเป้าหมายของ PNOE คือการส่งมอบความแม่นยำระดับห้องปฏิบัติการในรูปแบบอุปกรณ์พกพาขนาดกะทัดรัด พร้อมซอฟต์แวร์แปลงผลลัพธ์เป็นคำแนะนำด้านสุขภาพ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ระบบทดสอบของ PNOE สามารถวิเคราะห์ไบโอมาร์กเกอร์ได้รวม 23 รายการ ซึ่งครอบคลุมถึงค่า VO2 max, อัตราการเผาผลาญพลังงานขณะพักผ่อน (resting metabolic rate) และความยืดหยุ่นทางเมตาบอลิก (metabolic flexibility) ที่บ่งบอกถึงความสามารถของร่างกายในการสลับจากการเผาผลาญไขมันมาเป็นคาร์โบไฮเดรต
Atsalakis อธิบายว่าข้อมูลเหล่านี้ตอบโจทย์เชิงลึกที่การตรวจเลือดทั่วไปทำไม่ได้ เช่น ปริมาณแคลอรีที่ร่างกายต้องการหรือแนวทางการฝึกซ้อมที่เหมาะสม โดยในช่วงที่กระแสความใส่ใจเรื่องอายุยืนยาว (longevity) กำลังเติบโต ค่า VO2 max กลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่มีงานวิจัยเชื่อมโยงกับอัตราการเสียชีวิตที่ลดลง
"เราทำให้มันเข้าถึงได้สำหรับทุกคน"
Atsalakis
การพัฒนาอุปกรณ์ตรวจวัดเมตาบอลิกแบบพกพาถือเป็นความพยายามแก้Pain Point สำคัญในตลาดสุขภาพยุคใหม่ ที่ผ่านมาการตรวจค่า VO2 max หรือ metabolic flexibility มักกระจุกตัวอยู่ตามห้องแล็บโรงพยาบาลหรือศูนย์กีฬาชั้นนำ การที่ PNOE ทำให้กระบวนการนี้ง่ายขึ้นและเปิดให้แชร์ฮาร์ดแวร์กันได้ ช่วยลดต้นทุนฝั่งผู้ให้บริการและเพิ่มการเข้าถึงของผู้บริโภครายย่อย ท่ามกลางการแข่งขันสูงจากอุปกรณ์สวมข้อมืออย่าง Apple, Garmin หรือ Whoop ที่พยายามประเมินค่าเหล่านี้จากอัตราการเต้นของหัวใจเช่นกัน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกจากนี้ PNOE ยังแก้ไขปัญหาด้านสุขอนามัยในยุคหลังโรคระบาดด้วยการออกแบบให้ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สามารถถอดแยกออกจากหน้ากากซิลิโคนและสายรัดได้ ทำให้ผู้ใช้งานหลายคนสามารถแชร์ฮาร์ดแวร์ราคาแพงร่วมกันได้ ขณะที่ตัวผู้ใช้แต่ละคนจะเก็บหน้ากากส่วนตัวของตนเองไว้ใช้งาน
รากฐานของ PNOE เริ่มต้นจากงานวิจัยปริญญาเอกของ Atsalakis ด้านเทคโนโลยีเซนเซอร์ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ก่อนจะร่วมก่อตั้งบริษัทกับ Panos Papadiamantis เพื่อนในวัยเด็กซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ โดยปัจจุบันลูกค้าราวร้อยละ 85 มาจากตลาดสหรัฐอเมริกา และกำลังขยายตัวไปยังยุโรป ละตินอเมริกา และเอเชียผ่านพาร์ตเนอร์
ที่มา: TechCrunch
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น